Articles
Categories :
นพ.วิศิษฏ์ ฐิตวัฒน์ กับการดูแลสุขภาพแบบง่ายๆ ที่ซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวัน
ท่วงท่าการเดินเหินที่คล่องแคล่ว บวกกับรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และการพูดคุยอย่างฉะฉานชัดเจน ทำให้เราแทบจะไม่เชื่อเลยว่าผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าคนนี้ อายุใกล้จะเลข 8 แล้ว

           “นพ.วิศิษฏ์  ฐิตวัฒน์”  ในวัย 78 ปี แต่ยังรับหน้าที่ในตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย โดยทำงานอยู่ในสำนักงานสัปดาห์ละ 5 วัน จันทร์ – ศุกร์ รวมถึงออกไปร่วมรณรงค์การบริจาคอวัยวะตามโรงพยาบาลและสถานที่ต่างๆ ที่ได้รับมอบหมาย ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด นอกจากนี้ ในวันเสาร์คุณหมอวิศิษฏ์ยังมาช่วยตรวจรักษาคนไข้ ช่วยเป็นที่ปรึกษาและทำผ่าตัดเล็กๆ น้อยๆ ให้กับคนไข้ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์อีกด้วย
             คุณหมอวิศิษฏ์ บอกว่า บ่อยครั้งที่มีคนมาถามว่ามีวิธีการดูแลตัวเองดูแลสุขภาพยังไง ทำไมยังดูแข็งแรงได้แบบนี้ “ซึ่งจริงๆไม่ได้ดูแลอะไรที่พิเศษไปกว่าคนอื่นเลย ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไป อีกทั้งไม่ได้เคร่งครัดกับตัวเองขนาดที่ว่าต้องออกกำลังกายทุกวัน ห้ามกินโน้น ห้ามกินนี่” แต่เมื่อเราซักถามเพิ่มเติมก็ได้คำตอบว่า การดูแลสุขภาพของคุณหมอวิศิษฏ์ ซ่อนอยู่ในกิจวัตรและการใช้ชีวิตประจำวันนั่นเอง
              คุณหมอวิศิษฏ์ เล่าว่า ตัวเองตื่นนอนตั้งแต่ตี 5 ขับรถไปส่งภรรยาที่ทำงานก่อน แล้วค่อยขับรถมาที่ทำงานตัวเอง ซึ่งเป็นรถเกียร์ธรรมดาที่ต้องใช้ทั้งเท้าซ้ายและเท้าขวาในการเหยียบครัช เหยียบเบรก เหยียบคันเร่ง เรียกว่าเหมือนได้ออกกำลังกายทั้งเท้า ขา และเข่า ไปในตัวด้วย  
             “ปัจจุบันนี้ผมแทบจะไม่ได้ออกกำลังกายเลย แต่ที่ยังดูแข็งแรงแบบนี้น่าจะเป็นอานิสงส์จากสมัยมัธยมปลายที่ลุกขึ้นมาออกกำลังกาย ยกเวท เล่นกล้าม เพาะกาย เนื่องจากตอนนั้นค่อนข้างขี้โรคไม่สบายบ่อย จนพี่ชายที่เป็นทหารแนะนำและสนับสนุนให้ออกกำลังกาย แต่เมื่อเข้ามาเรียนแพทย์มีเวลาออกกำลังกายแบบนั้นน้อยลง เนื่องจากเรียนหนัก ...หลังจากเรียนจบผมก็ได้มาทำงานเป็นศัลยแพทย์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จำได้เลยว่าต้องเดินเยอะมาก เพราะโรงพยาบาลมีเนื้อที่ 100 กว่าไร่ เป็นตึกกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ อีกทั้งยังเป็นตึก 2 ชั้น และมีคนไข้เยอะมากและกระจายอยู่ตามตึกต่างๆ ทั้งพระ ผู้หญิง และเด็ก  เรียกว่าแพทย์สมัยนั้นต้องเดิน(วิ่ง) กันทั้งวัน จึงก็เหมือนเราได้ออกกำลังกายกันตลอดทั้งวันนั่นเอง”



             ในเรื่องการรับประทานอาหารก็เช่นกัน คุณหมอวิศิษฏ์บอกว่าตัวเองไม่ใช่คนเคร่งครัดกับชีวิต ทานได้ทุกอย่าง ชอบอะไรหรืออะไรอร่อยก็ทานอย่างนั้น โดยอาหารหลักๆ ที่คุณหมอนิยมทานมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันก็คือ “เมนูไข่”
              “ผมกินไข่เยอะมาก อย่างน้อยวันละ 2 ฟอง ทั้งไข่ต้ม ไข่ลวก ไข่ลูกเขย ไข่ดาว อย่างเวลาไปพักโรงแรม อาหารเช้าของผมคือไข่ดาว 2 ฟอง นอกจากนี้ผมยังนิยมอาหารประเภทที่ให้ไฟเบอร์ด้วย เพราะมีงานวิจัยออกมาว่าอาหารดังกล่าวนอกจากจะให้ไฟเบอร์แล้วยังให้วิตามินและเกลือแร่ด้วย ช่วยให้สุขภาพแข็งแรง ระบบขับถ่ายดี คืออะไรก็ตามที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชัดเจนว่าดี เราก็เชื่อและถือปฏิบัติตามนั้นครับ ผักที่ผมทานบ่อยๆ ก็เช่น คะน้า ผักบุ้ง ผักหวานป่า ผักหวานบ้านและตำลึง ส่วนอาหารที่ไม่ทานเลยก็น่าจะเป็นบรรดาเค้กและเบเกอรี่ทั้งหลาย ถ้ามีขนมไทยก็จะเลือกขนมไทยก่อน อย่างขนมชั้น ทองหยิบ ทองหยอด เม็ดขนุน”
               การดูแลสุขภาพร่างกายว่าสำคัญแล้ว แต่การดูแลจิตใจนั้นสำคัญกว่า คุณหมอวิศิษฏ์บอกว่า เนื่องจากตนเองเคยบวชเรียนมาก่อน ทำให้รู้สัจธรรมของชีวิตข้อหนึ่งคือ โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน อย่าไปยึดติด มีสรรเสริญ ก็มีนินทา มีลาภก็เสื่อมลาภ มียศก็เสื่อมยศ เพราะฉะนั้นอะไรที่เข้ามาในชีวิตให้สลัดออกให้หมด อย่ายึดติด อย่าเอามาใส่ใจ ซึ่งสัจธรรมดังกล่าวสามารถนำมาปรับใช้กับงานของคุณหมอได้อย่างดีเลยทีเดียว และจากการที่คุณหมอทำงานเพื่อสังคมแบบนี้เป็นถือเป็นอานิสงส์หนึ่งที่ทำให้ยังคงมีสุขภาพแข็งแรง เรียกว่าเป็นเหมือนสะพานบุญให้คนอื่นได้เดินข้ามไป และคุณหมอก็ยังมีความสุขกับชีวิตการทำงานแบบนี้
             “ถ้าถามว่าผมยังคงจะทำงานแบบนี้ไปจนอายุเท่าไร ผมคงให้คำตอบที่แน่นอนไม่ได้ ผมแค่คิดไว้ว่า ถ้าระบบงานของศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย ที่ผมทำอยู่ตรงนี้มันดีและลงตัว สามารถเดินหน้าและขับเคลื่อนต่อไปได้ด้วยกลไกของมันเอง ผมก็คงจะวางใจและวางมือได้ในสักวันครับ”       


โพสเมื่อ: 2016-06-15

ผู้เข้าชม: 1001


Top 10 Best Product in Computers and Accessories 2017 Top 10 Best Product in Sports and Outdoors in 2017 Top 10 Best Products in Home and Decors For 2017 TOP 10 Best Product In Clothing And Shoes For 2017