Articles
Categories :
ย่ำกรวด เดินดิน กินพอเพียง วิถีสุขภาพของ “รอง เค้ามูลคดี”
“รอง เค้ามูลคดี” นักแสดงอาวุโสของวงการบันเทิงไทยที่ไม่มีใครไม่รู้จัก คุณรอง เค้ามูลคดี ในวัย 68 ปี แต่ก็ยังมีผลงานออกมาให้เราได้ชื่นชมกันมิได้ขาด เรียกได้ว่ายิ่งแก่ยิ่งมีไฟ

                ซึ่งเคล็ดลับที่ทำให้ท่านมีเรี่ยวแรงทำงานได้แบบนี้มาจากกำลังใจและพลังกายทั้งจากตัวเองและคนรอบข้าง ควบคู่กับการดูแลสุขภาพตามวัยไปพร้อมๆ กันด้วย
                คุณรอง เล่าว่า ตัวเองนั้นเป็นคนใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายมาก วันธรรมดาที่ไม่ได้ทำงานก็จะใส่กางเกงขาสั้นกับเสื้อยืดและรองเท้าแตะไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวร้านริมถนน ไม่ค่อยได้ไปนั่งกินในร้านอาหารหรูๆ บางวันก็ไปเดินจ่ายตลาด บางวันก็ไปเดินตลาดนัด ซึ่งการใช้ชีวิตเรียบง่ายแบบนี้ได้รับการถ่ายทอดมาจากคุณพ่อที่มักจะสอนเสมอว่าคนเราควรจะกินจะใช้ตามอัตภาพคือแบบพอเพียง รู้จักกินรู้จักเก็บเผื่อไว้ใช้ในยามเจ็บป่วยไม่สบาย ซึ่งคุณรองก็จำคำของคุณพ่อไว้ได้ขึ้นใจ
                และนอกจากจะใช้ชีวิตเรียบง่ายแบบพอเพียงแล้ว คุณรองยังบอกอีกว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องสร้างกำลังใจให้กับตัวเองด้วย แม้กำลังใจจากคนรอบข้างจะเป็นประโยชน์ แต่ถ้าเราไม่มีกำลังใจให้กับตัวเองก็ไม่มีความหมาย
                “หลายคนคงจะทราบว่าตอนนี้ผมอยู่ในภาวะวิกฤติพอสมควร นั่นก็เพราะคุณปทุมวดี (ภรรยา) มาล้มป่วย คือเมื่อประมาณปีกว่าๆเกือบ 2 ปีนั้นมันวิกฤติมาก เพื่อนฝูงต่างก็ให้กำลังใจ แต่มันก็เอาไม่อยู่ จนผมต้องให้กำลังใจกับตัวเองในทุกๆวันว่ามันต้องดีขึ้นๆ พยายามคิดบวกให้มาก..ย้อนกลับไปในวันที่คุณหมอโทรมาตามให้ผมไปโรงพยาบาลด่วน เพราะคุณทุม (ภรรยา) คงไม่ไหวแล้ว ผมก็รีบไปโรงพยาบาลทันที พยายามตั้งสติไว้ คิดว่าอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด แต่เราต้องทำให้ดีที่สุด พอผมไปถึงผมก็หอมแก้มเขา พร้อมกับพูดว่า “แม่ เราอยู่ด้วยกันมา 47 ปีแล้วนะ พ่อเชื่อว่าแม่ต้องไม่ทิ้งพ่อ แม่ต้องอยู่กับพ่อต่อไป” ผ่านไปไม่นาน ความดันคุณทุมก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ วันนั้นผมอยู่กับเขาจนกระทั่งตี 1  จนหมอบอกว่าอาการเขาไม่น่าเป็นห่วงแล้ว ผมจึงกลับมาพักที่บ้าน”
             คุณรอง บอกว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรหรือมีปัญหาให้เครียดมากมายแค่ไหน ที่พึ่งทางใจของท่านก็คือห้องพระ คุณรองจะเข้าไปสวดมนต์นั่งสมาธิในห้องพระอยู่เป็นประจำ อย่างน้อยครั้งละครึ่งชั่วโมง ซึ่งการสวดมนต์นั่งสมาธินี้ส่งผลให้คุณรองเป็นคนมีสติอยู่เสมอ และยังช่วยให้จิตใจสงบด้วย
 
                นอกจากการดูแลสุขภาพใจแล้ว เรื่องสุขภาพกายก็ให้ความสำคัญเช่นกัน กิจวัตรที่ทำเป็นประจำทุกวันก็คือตื่นนอนแต่เช้า มาเดินเท้าเปล่าบนลานหินกรวดที่ทำไว้ข้างบ้าน ขนาดไม่ใหญ่มากนัก กว้าง 1 เมตร ยาว 2 เมตร ค่อยๆย่ำเท้าไปช้าๆ ซึ่งเป็นการบริหารฝ่าเท้าช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้น จากนั้นก็ไปเดินเท้าเปล่าบนดินและเดินเหยียบน้ำค้างบนยอดหญ้าในสนามหญ้าด้วย
                “ผมเชื่อว่าคนเราต้องมีธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม และไฟ แต่ทุกวันนี้คนเราแทบจะไม่ได้เจอหรือเหยียบบนดินเลย เพราะฉะนั้นคุณจะมาแข็งแรงเท่ากับคนในชนบทย่อมเป็นไปไม่ได้ เมื่อก่อนผมเคยออกกำลังด้วยการวิ่งเหยาะๆ แต่มาช่วงหลังเริ่มรู้ตัวว่าตัวเองอายุมากแล้ว จึงมีคนแนะนำให้ออกกำลังด้วยการแกว่งแขน โดยให้ยืนกางขาให้กว้างเท่ากับช่วงไหล่ งอตัวไปข้างหน้าเลยน้อย พร้อมกับกลั้นลมหายใจ พร้อมกับแกว่งแขนทั้งสองข้างไปข้างหน้า แล้วแกว่งไปข้างหลังนับ 1 สำหรับคนที่ไม่มีปัญหาสุขภาพอะไรเลยแนะนำให้ทำให้ได้วันละ 500 ครั้ง แต่ถ้าคนที่เป็นโรคแล้ว แนะนำให้แกว่งให้ได้วันละ 1,000 ครั้ง แต่ควรจะหยุดพักบ้าง ไม่เช่นนั้นอาจหัวใจวายได้ครับ”
                 คุณรอง ยังทิ้งท้ายอีกว่า ไม่มีใครสร้างพลังกายและพลังใจให้เราได้ดีเท่ากับตัวเราเอง และเราก็ต้องคิดบวกด้วย แล้วเอาพลังบวกของเราไปสร้างพลังให้กับคนที่เขากำลังแย่ ถ้าใครสามารถทำได้แบบนี้ รับรองว่า ชีวิตจะสดใสมีความสุขอย่างแน่นอน  


โพสเมื่อ:

ผู้เข้าชม: 769