Articles
Categories :
ดูแลสุขภาพและสมอง ในแบบหมอสมอง “ศ.นพ.นิพนธ์ พวงวรินทร์”
นอกจากสุขภาพร่างกายที่เราต้องใส่ใจดูแลแล้ว สุขภาพสมองก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เราจะละเลยไปเสียมิได้ วันนี้เรามีคำแนะนำในการดูแลสุขภาพและสมอง ในแบบของหมอสมองมาฝากกัน

                “ศ.นพ.นิพนธ์ พวงวรินทร์” แพทย์สาขาประสาทวิทยา โรงพยาบาลศิริราช แม้วัยจะล่วงเลยเข้าเลข 6 มาหลายปีแล้ว แต่ปัจจุบัน “ศ.นพ.นิพนธ์ พวงวรินทร์” ยังคงทำงานรับราชการอยู่ที่คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล โดยต่ออายุราชการจาก 60 เป็น 65 ปี และตอนนี้คุณหมอเองมีอายุ 64 ปีแล้ว จึงเหลือเวลาเพียงแค่ 1 ปีที่จะได้ทำงานที่ตัวรัก โดยตอนนี้คุณหมอทำหน้าที่เป็นทั้งอาจารย์สอนนักศึกษาแพทย์ ให้การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคทางระบบประสาท ทำงานวิจัย พร้อมทั้งทำงานบริหารในตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์นิทรรักษ์ศิริราช ซึ่งเป็นศูนย์ที่ส่งเสริมสุขภาพการนอนหลับพร้อมทั้งบริการรักษาผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนด้วย
                  คุณหมอนิพนธ์ เล่าว่า ตนเองนั้นมีความชื่นชอบและเชี่ยวชาญพิเศษในการดูแลรักษาคนไข้อัมพฤกษ์-อัมพาต, โรคสมองเสื่อม (อัลไซเมอร์), โรคพาร์กินสัน และโรคลมชัก    ซึ่งจากการทำงานตรงนี้ ได้เห็นคนไข้มามาก จึงทำให้คุณหมอยิ่งใส่ใจดูแลตัวเองมากยิ่งขึ้น
                “ถ้าถามว่าสิ่งที่มีค่าที่สุดของชีวิตคืออะไร คำตอบผมก็คือชีวิตของตัวเอง ถ้าไม่มีชีวิตก็ไม่มีอะไรมีค่าแล้ว ชีวิตเราก็มีกายกับจิต การดูแลสุขภาพกายก็เช่นการออกกำลังกาย ส่วนจิตก็คือต้องดูแลสุขภาพจิตใจ เราจะสุขหรือทุกข์มันอยู่ที่ใจ ปัจจัยภายนอกไม่ใช่เรื่องสำคัญมากนัก ดังพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง” คือความสุขมันอยู่ที่ว่าเราพอใจกับสิ่งที่เรามีหรือไม่ ถ้าเรามัวแต่ขวนขวายหาสิ่งใหม่ที่เรายังไม่มี แน่นอนว่าเราย่อมไม่มีความสุข แต่ถ้าหากเราชื่นชมในสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว แม้มีไม่เยอะ แต่เราก็มีความสุขครับ”
                  ในเรื่องอาหาร สำหรับคนในวัยนี้แล้ว คุณหมอนิพนธ์แนะนำว่าต้องรู้จักรับประทานให้สมดุล คือมีความสมดุลระหว่างพลังงานที่เข้ากับพลังงานที่ใช้   และต้องทานอย่างสมส่วน  ไม่ใหนักอย่างหนึ่งอย่างใดมากเกินไป เพราะถ้าหนักเค็มก็เป็นความดัน หนักหวานก็เป็นเบาหวาน ถ้าหนักไขมันก็กลายเป็นไขมันอุดตันในหลอดเลือด ทำให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา ทั้งโรคหัวใจ อัมพฤกษ์-อัมพาตได้

                                 


                    “ตัวผมเอง มื้อเช้าจะทานอาหารอย่างเต็มที่ เพราะต้องไปทำงานใช้พลังงาน ผมจะทานข้าวต้มและดื่มโกโก้ทุกเช้าวันละ 1 แก้ว โดยเอานมมาอุ่นให้ร้อน แล้วใส่ผงโกโก้ 2  ช้อน โดยไม่เติมน้ำตาล ซึ่งมีงานวิจัยออกมาอย่างชัดเจนว่าการดื่มโกโก้จะช่วยเรื่องความจำ ช่วยบำรุงสมอง ดีกว่าการดื่มไวน์แดง หรือแปะก๊วย ส่วนมื้อเย็นผมทานน้อยมาก เพราะมันเป็นมื้อก่อนนอน ถ้าเราทานเยอะมันก็ไปเก็บสะสม ทำให้ลำไส้ทำงานหนัก มื้อเย็นผมจะทานข้าวเพียงครึ่งทัพพี โดยพยายามทานมื้อเย็นก่อน 1 ทุ่ม เพราะโดยปกติผมจะเข้านอนไม่เกิน 4 ทุ่ม”
                และจะแบ่งเวลาให้กับการออกกำลังกายสัปดาห์ละ 4 วันๆ ละ 2 ชั่วโมง เริ่มต้นด้วยการวิ่งประมาณ 40 นาที จากนั้นมาบริหารร่างกาย ยืดเหยียดกล้ามเนื้อต่ออีกให้ครบ 1 ชั่วโมง และตบท้ายด้วยการว่ายน้ำอีกประมาณ 1 ชั่วโมง เหตุที่คุณหมอมีเวลาออกกำลังกายได้แบบนี้ก็เพราะท่านตื่นนอนตั้งแต่ตี 4 นั่นเอง    
                คุณหมอนิพนธ์ ได้ฝากข้อคิดถึงผู้สูงอายุรวมถึงคนใกล้สูงอายุว่า “เซลล์สมองของคนเรามีเป็นล้านๆตัว และเซลล์สมองทุกตัวจะต้องทำงานประสานกัน เพราะฉะนั้นสมองคนเรานั้นยังมีเนื้อที่อีกมากให้เราได้เรียนรู้และศึกษาสิ่งใหม่ คนที่เกษียณแล้วและหยุดเรียนรู้อะไรใหม่ๆ สมองก็มีแต่จะเสื่อมถอยไป สมองของคนเราถ้าไม่ใช้ ไม่ใช่ว่าดี ยิ่งไม่ใช้จะยิ่งแย่ การใช้สมองจะทำให้สมองไม่เสื่อม เพราะฉะนั้นจริงๆ แล้วถ้าอายุ 70 - 80 ปี การเรียนรู้สิ่งใหม่ไม่มีคำว่าสาย เพราะสมองของคนเรามีพื้นที่เก็บเสมอ”   


Tag Keyword : สุขภาพ, สมอง, โกโก้

โพสเมื่อ: 2016-07-05

ผู้เข้าชม: 13348


Top 10 Best Product in Computers and Accessories 2017 Top 10 Best Product in Sports and Outdoors in 2017 Top 10 Best Products in Home and Decors For 2017 TOP 10 Best Product In Clothing And Shoes For 2017