Articles
Categories :
“มะเร็งต่อมน้ำเหลือง” รักษาหายได้..หากวินิจฉัยเร็ว
“โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma)” เป็นโรคมะเร็งที่พบได้บ่อยที่สุด 1 ใน 10 อันดับแรกของประเทศไทยและทั่วโลก และยังเป็นโรคมะเร็งที่พบได้มากที่สุดในกลุ่มของโรคมะเร็งทางโลหิตวิทยาทั้งหมดอีกด้วย

                ต่อมน้ำเหลืองเป็นต่อมขนาดเล็กกว่า 1 เซนติเมตร มีอยู่ทั่วร่างกายประมาณ 600 – 700 ต่อม ดังนั้นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองจึงสามารถเกิดได้กับอวัยวะทุกส่วนในร่างกาย ยกเว้นที่สมอง ซึ่งโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนั้นก็เหมือนกับมะเร็งอีกหลายชนิดที่ยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดที่แน่ชัด เป็นโรคมะเร็งที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ก็พบว่ามีปัจจัยเสี่ยงบางอย่างที่อาจจะทำให้มีโอกาสเกิดมากขึ้น เช่น คนที่โดนสารเคมีหรือสารรังสีบ่อยๆ อย่าง ยาย้อมผม ยาฆ่าแมลง หรือคนที่ร่างกายไม่แข็งแรง ภูมิคุ้มกันต่ำกว่าคนปกติ เช่น ผู้ติดเชื้อ HIV เมื่อมีการติดเชื้อไวรัสบางชนิดก็อาจทำให้มีโอกาสเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้มากขึ้น
                โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองแบ่งออกเป็น 2 ชนิดใหญ่ๆคือ มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน Hodgkin lymphoma (HL) และมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน Non-Hodgkin lymphoma (NHL) ซึ่งในประเทศไทยพบชนิดนอนฮอดจ์กินบ่อยที่สุด พบมากที่ม้าม ตับ หรือแม้กระทั่งในกระเพาะอาหาร โดยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กินยังสามารถแบ่งย่อยลงไปได้อีก 2 ประเภทใหญ่คือ ชนิดบีเซลล์และชนิดทีเซลล์ โดยทั้งสองกลุ่มนี้มีแนวทางการรักษาพื้นฐานที่คล้ายคลึงกัน แต่อัตราการตอบสนองของผู้ป่วยจะแตกต่างกัน
 
                “มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดบีเซลล์จะให้ผลการรักษาดีกว่าชนิดทีเซลล์ นอกจากนี้ยังมีการค้นพบยาที่สามารถออกฤทธิ์จำเพาะต่อผิวเซลล์มะเร็งสำหรับกลุ่มโรคมะเร็งชนิดบีเซลล์ ส่งผลให้การตอบสนองต่อการรักษาของผู้ป่วยในกลุ่มนี้ดีขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่เรายังไม่สามารถผลิตยาที่ออกฤทธิ์จำเพาะและเหมาะสมที่จะนำมาใช้สำหรับกลุ่มโรคมะเร็งชนิดทีเซลล์ได้”

            แต่โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองถือเป็นมะเร็งที่มีการพยากรณ์โรคดีที่สุดชนิดหนึ่ง โดยมีการตอบสนองต่อการรักษาที่ดีและมีอัตราการรอดชีวิตอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างสูงถึงประมาณ 50% ของผู้ป่วยทั้งหมด หากได้รับการวินิจฉัยที่รวดเร็ว  ด้วยเหตุนี้จึงมีการนำเครื่อง “เพทซีทีสแกน (PET/CT scan)” เข้ามาช่วยในการตรวจวินิจฉัยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองและมะเร็งอีกหลายชนิด เพื่อเสริมให้การรักษามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  
                เพทซีทีสแกน (PET/CT scan) เป็นเครื่องมือตรวจวินิจฉัยโรคที่เป็นเทคโนโลยีทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ซึ่งนำเอาเครื่องเพทสแกนและเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์มาอยู่ในเครื่องเดียวกัน โดยเพทสแกนจะให้ข้อมูลความผิดปกติในระดับเมตาบอลิซึม ส่วนเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์จะให้ข้อมูลที่แสดงโครงสร้างทางกายวิภาคบอกถึงตำแหน่งและขนาดของรอยโรคภายในร่างกาย ทำให้มีประสิทธิภาพสูงในการนำมาใช้ตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็ง เนื่องจากเครื่องเพทซีทีสแกนจะสามารถบอกตำแหน่งของรอยโรคควบคู่กับระดับการทำงานของเซลล์ ทำให้เพิ่มความชัดเจนและความแม่นยำยิ่งขึ้น ช่วยให้สามารถบอกได้ว่าก้อนต่อมน้ำเหลืองภายในร่างกายของผู้ป่วยมีการแบ่งตัวของเซลล์มากน้อยเพียงใด และสามารถนำมาใช้ในการประเมินการตอบสนองต่อการรักษาของก้อนมะเร็งในผู้ป่วยได้อย่างชัดเจนมากขึ้นและครอบคลุมทั้งร่างกาย
                ดังนั้นเมื่อมีสัญญาณเตือนของโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง เช่น ต่อมน้ำเหลืองโตขึ้นมากกว่าปกติจนคลำได้ก้อน หรืออาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น มีไข้ น้ำหนักลด อ่อนเพลีย ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง หรือเป็นเพียงอาการต่อมน้ำเหลืองอักเสบ ซึ่งการใช้เพทซีทีสแกนเพื่อผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดทีเซลล์ จะทำให้ผู้ป่วยได้รับการประเมินแนวทางการรักษาที่เหมาะสมในแต่ละราย นำไปสู่ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด เพราะ“มะเร็งต่อมน้ำเหลือง รักษาหายได้ หากวินิจฉัยเร็ว” 


โพสเมื่อ: 2018-02-17

ผู้เข้าชม: 1315