Articles
Categories :
นพ.วิสิทธิ์ สุภัครพงษ์กุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา และมะเร็งนรีเวชวิทยา
เมื่อโรคมะเร็งกำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่คนทั่วโลกให้ความสนใจ โดยเฉพาะโรคมะเร็งในสตรีอย่าง “มะเร็งปากมดลูก” ซึ่ง ณ ปัจจุบันเป็นที่ทราบโดยทั่วกันว่ามะเร็งชนิดนี้สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกัน

                นพ.วิสิทธิ์  สุภัครพงษ์กุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา และมะเร็งนรีเวชวิทยา ในฐานะนายกสมาคมมะเร็งนรีเวชไทย ซึ่งเข้ารับตำแหน่งตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน เล่าถึงบทบาทของสมาคมมะเร็งนรีเวชไทยว่า สมาคมฯ ก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลัก 4 ข้อ คือ 1. เพื่อเป็นศูนย์รวมของบุคลากรที่ดูแลรักษามะเร็งนรีเวชในด้านความสามัคคีและเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ 2. เป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการและการบริการแก่สมาชิกและแก่สาธารณชน 3. สนับสนุนกิจกรรมของราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย และ 4. ส่งเสริมความสัมพันธ์กับสถาบันอื่น ที่มีวัตถุประสงค์ทำนองเดียวกันทั้งในและนอกประเทศ
“ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยพยายามจะมีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก โดยใน 20 ปีแรก เป็นการตรวจแบบตามความสะดวกของแต่ละคน จนใน 10 ปีหลังนี้ เริ่มมีนโยบายการตรวจคัดกรองแห่งชาติ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมกับ สปสช. ในการบริการตรวจด้วยวิธีที่เรียกว่าแป็บสเมียร์ ให้กับหญิงไทยทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 30 – 65 ปี แต่ตลอดเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ตัวเลขอุบัติการณ์ของมะเร็งปากมดลูกนั้นไม่ได้ลดลงไปเลย แต่กลับมีผู้ป่วยรายใหม่ต่อปีเพิ่มขึ้นด้วย อีกทั้งยังพบว่าผู้ป่วยเหล่านั้นอยู่ในระยะท้ายๆ ของโรคแล้ว แสดงว่าที่ผ่านมาการตรวจคัดกรองยังมีช่องโหว่และมีจุดที่เราจะต้องแก้ไข”
                นพ.วิสิทธิ์  อธิบายว่าข้อดีของมะเร็งปากมดลูกคือสามารถป้องกันและหายขาดได้ เพราะรู้สาเหตุและการดำเนินไปของโรค ซึ่งผู้ที่ตรวจพบเชื้อเอชพีวี หมายถึงมีอัตราเสี่ยงต่อการพัฒนาไปเป็นเซลล์มะเร็ง เรียกว่าระยะก่อมะเร็งที่จะต้องติดตามผลอย่างใกล้ชิด โดยระยะเวลาในการพัฒนาเซลล์มะเร็งมีตั้งแต่ 2 - 20 ปี ผู้ป่วยจึงมีเวลาในการรักษาเพราะไม่ได้มีการลุกลามอย่างรวดเร็วในระยะนี้ แต่โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยมักปล่อยไว้จนมีอาการผิดปกติในระยะท้ายๆแล้วค่อยมาพบแพทย์ ซึ่งทำให้มีความยากลำบากในการรักษา และมีอัตราเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูง      แต่หากได้มีการป้องกันด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก จะช่วยให้ลดความเสี่ยงของโรคได้มากขึ้น                
ซึ่งเรื่องนี้ทางสมาคมมะเร็งนรีเวชไทยเล็งเห็นถึงข้อดีของการได้รับวัคซีนโดยเฉพาะในผู้หญิงที่ด้อยโอกาสในสังคมไทย ที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ต่างๆ เช่น บ้านราชวิถี บ้านธัญญพร และอีกหลายๆแห่งทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ซึ่งเป็นเด็กผู้หญิงที่ถูกทอดทิ้ง ไม่มีโอกาสที่จะได้รับวัคซีนตัวนี้ ขณะเดียวกันเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงมากที่จะติดโรคทางเพศสัมพันธ์รวมถึงมะเร็งปากมดลูก ทางสมาคมฯ จึงมีความพยายามที่จะระดมทุนเพื่อซื้อวัคซีนให้กับกลุ่มเด็กผู้หญิงเหล่านี้ฟรี โดยสมาคมฯ ได้เปิดกองทุนที่จะรับบริจาคในเรื่องนี้ มีการจัดกิจกรรมวิ่งมาราธอน รวมถึงการจำหน่ายเสื้อยืด โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปซื้อวัคซีน HPV ป้องกันมะเร็งปากมดลูกให้กับเด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาสเหล่านี้
“สิ่งที่ผมอยากฝากถึงประชาชนทั่วไปก็คือ อยากให้ทุกคนช่วยเป็นกระบอกเสียงเพื่อให้คนทั่วไปรวมถึงผู้ใหญ่ของบ้านเมืองที่มีหน้าที่กำหนดนโยบายของสาธารณสุขทราบว่า มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งเพียงชนิดเดียวในขณะนี้ที่มีโอกาสป้องกันได้ 100% ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยเราเน้นหนักไปที่การตรวจคัดกรองเท่านั้น แต่ ณ ปัจจุบัน คงจะต้องมาทบทวนกันใหม่ว่าเราจะต้องมียุทธศาสตร์ควบคู่กันไปคือการใช้วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกร่วมด้วย หากเราใช้ทั้ง 2 วิธีนี้ควบคู่กันไป ผมมั่นใจว่าในอนาคตอันใกล้ มะเร็งปากมดลูกจะหมดไปจากเมืองไทยได้อย่างแน่นอนครับ”


โพสเมื่อ: 2018-02-17

ผู้เข้าชม: 1297