Articles
Categories :
"ลดหวาน มัน เค็ม" อร่อยปากไม่ลำบากไต
คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ยุคสมัยนี้มีอาหารมากมายหลายชนิดให้เราได้เลือกรับประทานกัน จนลืมไปว่า อาหารที่มีหน้าตาน่าทานบางเมนูนั้น อาจทำร้ายสุขภาพเราได้

           เนื่องจากพบว่าปัจจุบันคนไทยมีปัญหาสุขภาพเพิ่มขึ้นทุกปี สำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ หรือ สสส. จึงเห็นความสำคัญในการสร้างเสริมสุขภาพด้วยการทานอาหารที่ดี เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs จึงจัดตั้งโครงการ “พัฒนาต้นแบบโรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพในด้านการจัดบริการอาหารสุขภาพ ลดหวาน มัน เค็ม” ขึ้นมา
           ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สสส. ได้ผลักดันการลดการบริโภคอาหารสุขภาพ ลดหวานมันเค็ม จึงได้จัดโครงการฯ “ลดหวาน มัน เค็ม” เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในโรงพยาบาล เน้นกลุ่มเป้าหมายทั้งประชาชนที่มารับบริการและบุคลากรของโรงพยาบาล สร้างเสริมสุขภาพในการลดหวานมันเค็ม จากการมีส่วนร่วมของบุคลากรในโรงพยาบาล ฝ่ายโภชนาการ และชุมชน ประกอบด้วยโรงพยาบาลต้นแบบ จำนวน 4 แห่ง แบ่งเป็น 4 ภาค ได้แก่ โรงพยาบาลรามาธิบดี (ภาคกลาง), โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี (ภาคใต้), โรงพยาบาลพะเยา (ภาคเหนือ) และโรงพยาบาลสุรินทร์ (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)

                              


           10 ปีที่ผ่านมา พบว่า มีผู้ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงในผู้ที่อายุ 15 ปีขึ้นไปสูงขึ้นมาก ทั้งยังพบว่า มีอัตราการเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคไตวายเพิ่มขึ้นอย่างมาก
เป้าหมายหลัก คือ ลดปัญหาโรคที่สำคัญ ได้แก่ ความดันโลหิตสูง หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตเรื้อรัง มะเร็ง และเบาหวาน ใน 4 ด้าน คือ ลดการเกิดโรค ลดภาวะแทรกซ้อน ลดการเสียชีวิต ลดภาระค่าใช้จ่าย ตลอดจนการรณรงค์เพื่อยกระดับคุณภาพของแต่ละโรงพยาบาลและชุมชน ส่งผลให้คนไทยลดการบริโภคอาหารหวานมันเค็ม ออกกำลังกาย ลดภาวะเครียด  ซึ่งในปีหน้าจะเพิ่มเติมโรงพยาบาลต้นแบบอีกจำนวน 12 แห่งทั่วประเทศ

           การดำเนินงานของโครงการ ถือเป็นนโยบายที่จะบูรณาการงานสร้างเสริมสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างสุขภาพ ทั้งในโรงพยาบาลและสังคม นพ.สมเกียรติ  ลีละศิธร รองคณบดีฝ่ายสร้างเสริมสุขภาพ โรงพยาบาลรามาธิบดี ให้ข้อมูลว่า รพ. ได้จัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “ลดเค็ม เพื่อสุขภาพ” มีร้านค้าที่เข้าร่วมกิจกรรมลดหวานมันเค็ม จำนวน  46 ร้าน มีการคิดสูตรเมนูอาหารลดหวานมันเค็ม เช่น ยำมะระกุ้งสด แกงเห็ดเพื่อสุขภาพ ทับทิมกรอบ โดยใช้นมสดพร่องมันเนยแทนกะทิ

                             


            ด้าน พญ.จิรพร ภัทรนุธาพร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพะเยา ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า รพ. มีร้านค้าสวัสดิการ 5 ร้าน มีการอบรมเชิงวิชาการและปฏิบัติการ ปรับสูตรอาหารจากเมนูที่ขายดีที่สุด โดยมีนักโภชนาการคอยดูแลและให้คำปรึกษา อาหารที่มีการปรับสูตร ได้แก่ ข้าวมันไก่  ข้าวผัดหมู  น้ำพริกหนุ่ม ลาบหมู และน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว รวมถึงกาแฟสด  นอกจากนี้ฝ่ายโภชนาการได้ปรับสูตรเมนูอาหารสำหรับผู้ป่วยในด้วย ซึ่งการส่งเสริมเผยแพร่ความรู้ในโรงพยาบาล จะมีป้ายเมนูอาหาสุขภาพติดหน้าร้านค้าสวัสดิการ ป้ายไวนิลติดหน้าลิฟต์ เสียงตามสาย ขยายไปสู่การดูแลสุขภาพโภชนาการ เพื่อลดหวานมันเค็มในชุมชน

              นพ.สุพจน์ ภูเก้าล้วน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี ให้ข้อมูลว่า โครงการนี้ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี รพ.ได้มีการปรับเมนูอาหารในร้านสวัสดิการ 7 ร้าน หลายเมนู ได้แก่ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำทะเล เส้นหมี่ราดหน้าหมูผักรวมมิตรก๋วยเตี๋ยวน้ำตำลึงหมูแดง แกงส้มกุ้งผักรวม ต้มส้มปลากระบอก ข้าวหมูแดง แกงส้มปลากะพงยอดมะพร้าว และปรับเมนูอาหารว่าง เป็น Healthy break 

                          

              นพ.ประวีณ ตัณฑประภา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์ ให้ข้อมูลว่า รพ.สุรินทร์ มีร้านค้าเข้าร่วมประกวดเมนูอาหารลดหวานมันเค็ม จำนวน 15 ร้าน มีการจัดประกวดและประกาศผลผู้ที่ได้รับคัดเลือกเมนูสุขภาพอันดับ 1, 2, 3 และรางวัลชมเชย  ซึ่งทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
              โครงการฯ “ลดหวาน มัน เค็ม” ประสบความสำเร็จได้จากการมีส่วนร่วม ทั้งในหน่วยงานและบุคคล เอื้อต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเลือกบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพของประชาชนมากขึ้น อย่างน้อยหากดำเนินโครงการนี้ได้อย่างต่อเนื่อง โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ก็น่าจะลดน้อยลงไปจากสังคมไทยในที่สุด ถ้าคนไทยมีสุขภาพกายและใจที่ดี สังคมของเราก็จะดีตามไปด้วย
 


Tag Keyword : โรคไต, ลดหวาน, ลดมัน, ลดเค็ม

โพสเมื่อ: 2018-01-09

ผู้เข้าชม: 475