Articles
Categories :
อีก 15 ปี ค่าใช้จ่ายสุขภาพของคนไทย จะเป็นอย่างไร?
เมื่อเจ็บป่วย เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องของการรักษาพยาบาล เป็นสิ่งที่สำคัญต่อชีวิตของคนเรามากที่สุด....

          ในสังคมปัจจุบันทุกคนล้วนมีสิทธิในการรักษาพยาบาล ไม่ว่าจะเป็น สิทธิจากการเป็นข้าราชการ สิทธิจากการทำงานในองค์กร ที่เรียกว่าประกันสังคม หรือสิทธิในการเป็นประชากรไทย ที่เรียกกันติดปากว่า บัตรทองหรือบัตร 30 บาทนั่นเอง แต่จากสิทธิของแต่ละกลุ่มประชากรที่กล่าวไปนั้น เราคงตอบไม่ได้ว่า ระบบการจัดการด้านสาธารณสุขในสังคมไทยนั้นจะมีการแก้ไขให้ดีขึ้นกว่าเดิม หรือจะเป็นแบบนี้อีกต่อไปอีกนานแค่ไหน ส่งผลถึงเรื่องค่าใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพและรักษาพยาบาลด้วย ดังนั้น การประมาณค่าใช้จ่ายในอนาคต จึงเป็นส่วนสำคัญต่อการกำหนดนโยบายของภาครัฐในการจัดการด้านสาธารณสุขของประเทศ

อีก 15 ปีข้างหน้า ค่าใช้จ่ายสาธารณะด้านสุขภาพของไทยจะเป็นอย่างไร?

           ดร. ณัฐนันท์ วิจิตรอักษร นักวิชาการทีดีอาร์ไอ เปิดเผยผลประมาณการค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของไทยในอีก 15 ปีข้างหน้าตามหลัก OECD   (Organisation for Economic Co-operation and Development) พบว่าจะมีประมาณ 4.8 – 6.3 แสนล้านบาท เมื่อผนวกกับปัจจัยสังคมสูงวัย ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นไปถึง 1.4 - 1.8 ล้านล้านบาท ซึ่งการประมาณค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพจากผลของการสร้างเสริมสุขภาพ สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พบว่า ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศไทยในอดีตถึงปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สัดส่วนค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพต่อค่าใช้จ่ายทั้งหมดของรัฐบาลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากประมาณร้อยละ 10 ในช่วงก่อนปี พ.ศ. 2545 เป็นประมาณร้อยละ 13 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 เป็นต้นมา


                                  ดร. ณัฐนันท์ วิจิตรอักษร    นักวิชาการทีดีอาร์ไอ

            การส่งเสริมและป้องกันด้านสุขภาพ และการรักษาพยาบาลกลุ่มผู้ป่วยสูงวัย รวมถึงการกำกับดูแลค่าใช้จ่ายของระบบประกันสุขภาพทั้งหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ประกันสังคม และสวัสดิการข้าราชการ เมื่อนำหลักการของ OECD มาปรับใช้กับประเทศไทย โดยการเปรียบเทียบอัตราส่วนรายได้ต่อค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ หรือในทางเศรษฐศาสตร์ เรียกว่า ค่าความยืดหยุ่นของรายได้ต่อค่ารักษาพยาบาล พบว่า หากประเทศหรือประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น แต่เพิ่มในอัตราส่วนที่น้อยกว่า โดยค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของไทยในอีก 15 ปีข้างหน้า จะอยู่ที่ประมาณ  4.8 แสนล้านบาท และหากประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย ค่าใช้จ่ายดังกล่าวอาจเพิ่มขึ้นไปถึง 1.4 ล้านล้านบาท

             แต่หากรายได้ของประเทศเพิ่มขึ้นในอัตราส่วนที่เทียบเท่ากันกับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ (ประเทศมีรายได้เพิ่มขึ้น 1 เท่า ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพก็เพิ่มขึ้น 1 เท่า) ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของไทย จะมีค่าประมาณ 6.3 แสนล้านบาท โดยจะเพิ่มสูงถึง 1.8 ล้านล้านบาท เมื่อไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย จากข้อมูลรายได้จริงของประเทศหรือประชากรในประเทศไทย พบว่า รายได้ของประเทศที่เพิ่มขึ้น 1 เท่าค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพจะเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่า คือ 0.85 เท่า
              หากพิจารณาแบบต่อหัว ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพจะสูงถึง 3.54 เท่า ซึ่งนับว่าเป็นรายจ่ายที่สูงกว่ารายได้มาก

             จากการวิเคราะห์ผลกระทบจากภาวะการเจ็บป่วย ต่อค่าใช้จ่ายของสวัสดิการประกันสุขภาพของรัฐใน 3 กองทุน พบว่า โรคที่ประชากรไทยป่วยสูงสุด 5 อันดับโรคตามลำดับ คือ โรคอ้วน, โรคความดันโลหิตสูง, โรคโลหิตจาง, โรคข้ออักเสบ และโรคเบาหวาน โดยมักเกิดกับผู้สูงอายุ

                                          


             ส่วนผลวิเคราะห์โครงสร้างอายุและโรค ต่อค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพจาก 3 กองทุน สรุปได้ว่า ในกลุ่มผู้สูงอายุนั้น โรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลอย่างมาก กลุ่มโรคที่ส่งผลมากที่สุด คือ กลุ่มโรคระบบไหลเวียนโลหิต รองลงมา คือ โรคเบาหวาน และโรคเรื้อรังของระบบหายใจ

              ดร. ณัฐนันท์ วิจิตรอักษร ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า ตัวเลขจากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข พบว่า มีผู้เสียชีวิตด้วยโรค NCDs ประมาณ 3 แสนคน คิดเป็นมูลค่าการสูญเสียประมาณ 2 แสนล้านบาทต่อปี จึงทำให้เห็นว่า ความชัดเจนของกลุ่มคนผู้สูงอายุที่ไม่มีโรคนั้นน้อยมาก และเป็นสิ่งที่สังคมต้องเข้าใจ โรคความดันจะสามารถเริ่มเป็นได้ตั้งแต่วัยทำงาน และจะเป็นรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่ออายุเกิน 60 ปีขึ้นไป ทั้งนี้ ข้อมูลที่ได้จากการอนามัยโลก เมื่อเทียบสัดส่วนของโรคกลุ่มต่างๆ สาเหตุการเสียชีวิตของโรคในไทย คือ โรค NCDs, โรคหลอดเลือดสมอง และหัวใจเป็นหลัก

             ดังนั้น เพื่อเตรียมรับมือกับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่สูงขึ้น  รัฐบาลควรมีนโยบายพร้อมมาตรการที่ชัดเจนเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลผู้สูงอายุ ซึ่งจากตัวอย่างผลวิจัยนี้ก็ชี้ให้เห็นแล้วว่าจะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเพิ่มสูงขึ้นอีกมาก อีกทั้งควรกำหนดมาตรการป้องกันและแผนการควบคุมโรค โดยเฉพาะโรคในกลุ่มไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งส่วนใหญ่มีสาเหตุจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน แต่สามารถป้องกันและบรรเทาได้ ช่วยลดโอกาสที่ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพโดยรวมของประเทศจะเพิ่มสูงขึ้นในระยะยาว


Tag Keyword : โรคเรื้อรัง, โรค NCDs, ค่ารักษาพยาบาล, โรคคนสูงอายุ, เบาหวาน, ความดัน

โพสเมื่อ: 2018-02-05

ผู้เข้าชม: 990