Articles
Categories :
สตรีไทยรู้ไว้ ดีกว่าเสี่ยง “ไตเรื้อรัง”
จากการสำรวจของสมาคมโรคไตในปี พ.ศ. 2550 - 2551 สุ่มสำรวจประชากรอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศพบว่า มีโรคไตเรื้อรังประมาณร้อยละ 17.5 ซึ่งประมาณการจำนวนผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังทุกระยะ อยู่ที่ประมาณ 7 ล้านคน

          ไม่น่าเชื่อว่าผู้เป็นโรคไตเรื้อรังที่ทราบว่าตนเองเป็นโรคนี้มาก่อนเพียงร้อยละ 1.9 โรคไตเรื้อรังเป็นภัยเงียบ เนื่องจากไม่แสดงอาการมาก่อนก็ได้  
          วันพฤหัสบดีที่ 2 ของเดือนมีนาคมของทุกปี กำหนดเป็น วันไตโลก หรือ World kidney day เป็นการรณรงค์ให้เกิดการตระหนักถึงสุขภาพไต และในปี พ.ศ. 2561 ตรงกับวันที่ 8 มีนาคม ซึ่งเป็นวันสตรีสากลด้วย จึงเน้นการรณรงค์สุขภาพไตในสตรี ภายใต้คำขวัญว่า สตรีไทย “ไต” Strong

                                                                   

            นพ.ธานี เอี่ยมศรีตระกูล อายุรแพทย์โรคไต โรงพยาบาลธรรมศาสตร์
  ให้ข้อมูลว่า โรคไตเรื้อรัง หมายถึง ความผิดปกติทางด้านโครงสร้างหรือการทำงานของไต ซึ่งเป็นมานานมากกว่า 3 เดือน ความผิดปกติดังกล่าว ได้แก่ การมีโปรตีนไข่ขาว (Albumin) รั่วออกมาในปัสสาวะ ปัสสาวะผิดปกติ เช่น มีเลือดปนในปัสสาวะ การมีความผิดปกติของเกลือแร่ ซึ่งเป็นสาเหตุมาจากความผิดปกติในการรักษาสมดุลเกลือแร่ของไต ความผิดปกติที่พบจากการตรวจชิ้นเนื้อไต ความผิดปกติที่พบจากการตรวจทางรังสีวิทยา หรือผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายไต และจากอัตราการกรองของเสียของไต (Glomerular filtration rate) ความผิดปกติต่างๆ เหล่านี้ก็จะนำไปสู่ไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายและต้องได้รับการบำบัดทดแทนไตในที่สุด
          เรื่องของ สตรีกับโรคไต  นั้นจากข้อมูลผู้ป่วยที่ได้รับการบำบัดทดแทนไตในประเทศไทย พบว่า สาเหตุหลักของไตวายเรื้อรังที่ได้รับการบำบัดทดแทนไต ได้แก่ โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงรวมกันมากกว่าครึ่ง ซึ่งเป็นผลจากการรับประทานอาหารรสหวาน หรือเค็มจัด และไม่ออกกำลังกาย ซึ่งยังคงไม่สามารถสรุปได้ว่าเพศใดเสี่ยงต่อการเป็นโรคไตมากกว่ากัน เพศหญิงมีความเสี่ยงที่ต่างจากเพศชายในบางกรณี เช่น ความเสี่ยงที่สัมพันธ์กับการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในเรื่องของโรคไตกับการตั้งครรภ์ เมื่อผู้ป่วยมีไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายและได้รับการบำบัดทดแทนไตจะมีโอกาสตั้งครรภ์น้อยมาก แต่อย่างไรก็ดีผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่การทำงานของไตยังดีสามารถตั้งครรภ์ได้ ผลของการตั้งครรภ์ในผู้ที่มีความดันโลหิตสูงอยู่ก่อน อาจทำให้ควบคุมความดันโลหิตได้ยากขึ้น ส่วนยาลดความดันโลหิตบางชนิด ยังส่งผลเสียต่อทารกในครรภ์ จึงต้องเลือกใช้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้การตั้งครรภ์ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังอาจมีความรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อมารดาและทารกในครรภ์ได้ ดังนั้นก่อนการตั้งครรภ์ จึงควรปรึกษาแพทย์และวางแผนการตั้งครรภ์อย่างเหมาะสม การตั้งครรภ์ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังมีความเสี่ยงต่อครรภ์เป็นพิษ ในขณะเดียวกันการตั้งครรภ์เองก็ส่งผลกระทบต่อไตได้เช่นกัน ภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ เช่น ครรภ์เป็นพิษ การแท้ง การตกเลือดหลังคลอด ทำให้มีภาวะไตวายเฉียบพลันได้
          โรคภูมิแพ้ภูมิตัวเอง หรือที่เรียกว่า โรค SLE  ความผิดปกติของโรคนี้ เช่น ปวดข้อ ข้อบวม ผื่นผิวหนัง ซีด เกร็ดเลือดต่ำ ไตอักเสบ โปรตีนไข่ขาวรั่ว และบางรายอาจมีภาวะไตวายได้ การรักษาจะใช้ยากดภูมิคุ้มกันตามความรุนแรงของโรคจนกระทั่งโรคสงบ การตั้งครรภ์สามารถทำให้โรค SLE กำเริบได้และโรค SLE ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการสูญเสียทารกในครรภ์ การคลอดก่อนกำหนด และครรภ์เป็นพิษได้  นอกจากนี้ยากดภูมิคุ้มกันบางชนิดที่ใช้ในการรักษายังมีผลอันตรายต่อทารกในครรภ์  ดังนั้นผู้ที่เป็นโรค SLE จึงต้องคุมกำเนิดในช่วงที่โรคกำเริบและมีการปรึกษาวางแผนการตั้งครรภ์กับแพทย์ผู้ดูแลเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อมารดาและทารกในครรภ์ ความเสี่ยงของโรคไตในเพศหญิงอาจมีความแตกต่างโดยเฉพาะในภาวะตั้งครรภ์  ซึ่งกระทบต่อสุขภาพของทั้งมารดาและทารกได้ 
          เรื่องของการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะเป็นภาวะที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในสตรีวัยเจริญพันธุ์ โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ (โดยเฉพาะเพศหญิง)  ผู้ป่วยจะมีอาการปัสสาวะแสบ ขัด ปัสสาวะบ่อย กะปริดกะปรอย หรือมีอาการปวดท้องน้อย สตรีบางรายอาจมีการติดเชื้อแบบซ้ำๆ ซึ่งบางรายสัมพันธ์กับการมีเพศสัมพันธ์  มีบางครั้งเชื้อโรคอาจลุกลามขึ้นไปบริเวณกรวยไต ทำให้เกิดภาวะกรวยไตอักเสบ ซึ่งจะมีอาการไข้ หนาวสั่น ปวดเอว คลื่นไส้อาเจียน บางรายอาจติดเชื้อในกระแสเลือดรุนแรงได้ สตรีตั้งครรภ์ก็สามารถติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะได้ รายที่เป็นรุนแรงก็อาจทำให้คลอดก่อนกำหนด ดังนั้นในสตรีตั้งครรภ์ควรได้รับการรักษาแม้ว่าจะไม่มีอาการ โดยทั่วไปการวินิจฉัยอาศัยประวัติ การตรวจร่างกาย และการตรวจปัสสาวะ รวมไปถึงการเพาะเชื้อจากปัสสาวะ
          อ่านถึงตรงนี้คงทราบกันแล้วว่า โรคไต ส่งผลกระทบกับเพศหญิงอย่างไร ใช่ว่าเพศชายจะไม่มีโอกาสป่วยด้วยโรคนี้ โรคไตเป็นปัญหาสำคัญที่เกิดได้กับทุกคน หากมีอาการดังกล่าวควรปรึกษาแพทย์ การป้องกัน คือ การรักษาความสะอาด ทำความสะอาดอวัยวะเพศอย่างถูกวิธี เช็ดจากด้านหน้าไปด้านหลัง ไม่กลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน ไม่สวมเสื้อผ้ารัดเกินไป ดื่มน้ำให้เพียงพอ และปัสสาวะหลังมีเพศสัมพันธ์
 
Note : กระทรวงสาธารณสุขจัดงานวันไตโลก ในวันเสาร์ที่ 3  มีนาคม 2561 ณ Atrium Zone ชั้น 1 ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ กรุงเทพฯ ภายในงานจะมีการจัดนิทรรศการ การตรวจสุขภาพโรคไตโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมการอธิบายให้ความรู้เรื่องโรคไต เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนตื่นตัวในการดูแลสุขภาพไต สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่  02 – 718 - 1898 หรือเข้าเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ www.nephrothai.org


Tag Keyword : ไตเรื้อรัง, สตรีไทย, วันไตโลก

โพสเมื่อ: 2018-01-12

ผู้เข้าชม: 517