Articles
Categories :
5 ประเด็นเกี่ยวกับ ‘ภาวะความดันโลหิตสูง’ ที่ยังเข้าใจผิด
ภาวะความดันโลหิตสูง เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง ที่สามารถคร่าชีวิตคนทั่วโลกเป็นจำนวนมากในทุกๆปี

          การเสียชีวิตก็ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และน้อยคนนักที่จะคำนึงถึงภัยอันตรายของโรคความดันโลหิตสูง ส่วนคนที่เป็นมานานและดูแลรักษาสุขภาพไม่ถูกต้อง  ก็อาจส่งผลให้พบโรคแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นตามมา อย่างเช่น  โรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดแดง โรคหลอดเลือดสมองโป่งพอง โรคไตเรื้อรังและทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในด้านความจำ มีปัญหาทางด้านสายตา หรือโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ที่อันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้  
 
ดังนั้น เราควรทำความเข้าใจกับ 5 ความเชื่อผิดๆ ต่อไปนี้ 
  1. ภาวะความดันโลหิตสูงพบได้ในผู้สูงอายุเท่านั้น
          จริงๆ แล้วภาวะความดันโลหิตสูงพบได้ในช่วงอายุ 35-50 ปี โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นความดันโลหิตสูง และกลุ่มผู้สูงอายุ แต่ปัจจัยที่ก่อให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูงนั้นมาจากสภาวะแวดล้อมและพฤติกรรมส่วนตัว เช่น สูบบุหรี่ รับประทานอาหารรสเค็มจัด ทำงานอยู่ภายใต้ความเครียดอย่างต่อเนื่อง และการใช้ชีวิตประจำวันที่เร่งรีบ ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูง
  1. ถ้าไม่ได้มีอาการผิดปกติ แปลว่าไม่ได้ป่วยเป็นภาวะความดันโลหิตสูง
          ภาวะความดันโลหิตสูงได้ชื่อว่าเป็น “ฆาตรกรเงียบ” (Silent Killer) นั่นก็เพราะว่าภาวะความดันโลหิตสูงไม่แสดงอาการเจ็บป่วยใดๆ ออกมาให้รู้ตัวก่อน ถ้าหากไม่ได้ตรวจวัดความดันโลหิต ผู้ป่วยก็ไม่สามารถทราบได้เลยว่าตนเองมีภาวะดังกล่าวแล้ว ภาวะนี้จะแสดงอาการเมื่อคุณป่วยมาเป็นเวลานานเท่านั้นจึงจะมีอาการที่บ่งบอกชัดเจน แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเข้ามาพบแพทย์เมื่อมีอาการวิงเวียนศีรษะ มีเลือดกำเดาไหล หายใจเร็ว แน่นหน้าอก ตาพร่ามัว มือเท้าชา หรืออาจมีอาการอื่นๆ ด้วย ซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากภาวะแทรกซ้อน หรือโรคอื่นๆ ที่ตรวจพบร่วมกัน ดังนั้น ผู้มีความเสี่ยงจึงไม่ควรรอให้ตนล้มป่วยแล้วจึงเข้าพบแพทย์ ควรหาโอกาสตรวจวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ
  1.  “วัดความดันโลหิตทุกครั้งที่มีเหตุต้องพบแพทย์ ก็เพียงพอแล้ว
          เนื่องจากค่าความดันโลหิตที่วัดได้ในแต่ละครั้งบ่งชี้เพียงระดับความดันโลหิตในขณะนั้น ซึ่งค่าความดันสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามปัจจัยแวดล้อมต่างๆ เช่น เวลาของวัน อารมณ์ และกิจกรรมที่เพิ่งทำ การวัดความดันโลหิตเพียง 1-2 ครั้งต่อปีเมื่อไปตรวจร่างกายประจำปี ไม่เพียงพอสำหรับการวินิจฉัยโรค ด้วยเหตุนี้ การตรวจวัดความดันโลหิตจึงจำเป็นต้องทำเป็นประจำเพื่อให้เห็นภาพรวมและแนวโน้มที่ชัดเจน และผู้มีความเสี่ยงควรหมั่นจดบันทึกข้อมูลค่าความดันโลหิตของตนเองอย่างถี่ถ้วน เพื่อใช้ในการติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่อง และช่วยให้การตรวจวัดและเฝ้าติดตามระดับความดันโลหิตเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น
  1. ค่าความดันโลหิตที่วัดได้ที่โรงพยาบาลมีความแม่นยำที่สุด
          ในความเป็นจริง ค่าความดันโลหิตที่วัดจากโรงพยาบาลอาจไม่ตรงกับค่าความดันโลหิตจริงเสมอไป โดยแพทย์อาจวินิจฉัยคาดเคลื่อนเนื่องจากมีข้อมูลประกอบไม่เพียงพอ หรืออาจมีปัจจัยอื่นๆ อย่าง ภาวะความดันโลหิตสูงปลอม (White Coat Hypertension) หรือภาวะที่ผู้ป่วยอาจเกิดจากความกังวล ตื่นเต้นเมื่อพบแพทย์ จึงวัดความดันโลหิตที่โรงพยาบาลได้ค่าที่สูงกว่าระดับที่วัดเองที่บ้าน ฉะนั้น การตรวจวัดความดันโลหิตด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอจึงมีความสำคัญ ในการทราบถึงระดับความดันปกติที่แท้จริง ระหว่างการใช้ชีวิตประจำวัน
  1. ป่วยเป็นความดันโลหิตสูงต้องพึ่งยารักษาถึงควบคุมโรคได้
          การควบคุมรักษาความดันโลหิตสูงให้ได้ประสิทธิภาพนั้น จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ป่วยเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การเลิกสูบบุหรี่ การควบคุมน้ำหนักตัว การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การหลีกเลี่ยงความเครียด และการงดอาหารรสเค็มจัด ซึ่งการวัดระดับความดันโลหิตด้วยตนเองที่บ้าน นอกจากจะช่วยกระตุ้นให้ผู้ป่วยใส่ใจคอยติดตามการรักษา และควบคุมระดับความดันได้ดียิ่งขึ้นแล้ว ยังสามารถลดภาวะแทรกซ้อน และค่าใช้จ่ายในการใช้ยาโดยไม่จำเป็นอีกด้วย
 
.....เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว เราควรหมั่นตรวจวัดความดันโลหิตและตรวจสุขภาพเป็นประจำเพื่อตรวจดูว่า
ภาวะความดันโลหิตอยู่ในระดับปกติ อย่าปล่อยให้ “ฆาตรกรเงียบ” คร่าชีวิตคุณแบบไม่ได้ตั้งตัว.....

 

 
ขอขอบคุณข้อมมูลจาก : บริษัท ออมรอน
 
 


Tag Keyword : ความดันโลหิตสูง, โรคหลอดเลือดหัวใจ, ผู้สูงอายุ, ฆาตรกรเงียบ

โพสเมื่อ: 2017-06-22

ผู้เข้าชม: 564


Top 10 Best Product in Computers and Accessories 2017 Top 10 Best Product in Sports and Outdoors in 2017 Top 10 Best Products in Home and Decors For 2017 TOP 10 Best Product In Clothing And Shoes For 2017