Articles
Categories :
“รพ.จุฬาลงกรณ์” จัดกิจกรรมเพื่อประชาชน เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา
เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคม 2559 และ 60 ปี ที่ทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทย

            ศาสตราจารย์นายแพทย์สุทธิพงศ์  วัชรสินธุ กล่าวชีแจงว่า ในปี 2559 นับเป็นโอกาสมหามงคลที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สภานายิกาสภากาชาดไทย ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมจัดโครงการพิเศษถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่านโดยจัดแบ่งเป็น 4 กลุ่มคือ
 
1. โครงการจัดสร้างพระพุทธรูปประจำพระชนมวารและเหรียญพระ “สมเด็จนางพญา”
2. การจัดทำรายการพิเศษ “84 พัสส พระผู้ให้” ถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ในวันเสาร์ที่ 8 ตุลาคม 2559 เวลา 22.30-00.30 น.
3. การประชุมวิชาการประจำปี ครั้งที่ 54  ของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ในวันที่ 17-19 สิงหาคม 2559  ณ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์
4. โครงการบริการทางการแพทย์ขั้นสูงเพื่อผู้ด้อยโอกาส เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สภานายิกาสภากาชาดไทย โดยเปิดช่องทางให้ผู้ป่วยด้อยโอกาส สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้เป็นกรณีพิเศษ  จำนวน 14 โครงการ  ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมหลัก 4 กลุ่มโครงการได้แก่            
 
1.โครงการผ่าตัดแก้ไขความพิการ
1. โครงการผ่าตัดแก้ไขจอตาลอกหลุด จำนวน 84 ดวง โดย อ.พญ.แพร์  พงศาเจริญนนท์ ฝ่ายจักษุวิทยา เนื่องจากโรคจอตาลอกไม่มีการรักษาโดยใช้ยาเพียงอย่างเดียว ควรได้รับการรักษาในระยะเวลาอันเหมาะสม การผ่าตัดแก้ไขจอตาลอกสามารถทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากกลับมองเห็นได้ หากปล่อยภาวะนี้ทิ้งไว้นาน อาจทำให้ให้เกิดการสูญเสียการมองเห็นโดยถาวรได้ ถึงแม้จะรับการผ่าตัดแล้วก็ตาม
 
2. โครงการผ่าตัดฝังอุปกรณ์ช่วยฟังชนิดฝังในกระดูกเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา จำนวน 7 ราย โดย รศ.พญ.เสาวรส  ภทรภักดิ์ หัวหน้าภาควิชา โสต ศอ นาสิกวิทยา แจ้งว่า ผู้ป่วยส่วนหนึ่งมีความผิดปกติของใบหู รูหู กระดูกมาสตอยด์  ทำให้ไม่สามารถใส่เครื่องช่วยฟังแบบปกติได้ จำเป็นต้องใส่เครื่องช่วยฟังชนิดฝังในกระดูก แต่เนื่องจากเครื่องช่วยฟังชนิดนี้มีราคาสูงประกอบกับผู้ป่วยส่วนใหญ่มีฐานะยากจนทำให้มีข้อจำกัดในการเข้าถึงการรักษา ส่งผลต่อพัฒนาการและการดำรงชีวิตอย่างมาก 

3. โครงการหน่วยแพทย์โรคหูเคลื่อนที่ ณ ราชอาณาจักรภูฏาน ผ่าตัดแก้วหู จำนวน 100 ราย  โดย   รศ.พญ.เสาวรส  ภทรภักดิ์ หัวหน้าภาควิชา โสต ศอ นาสิกวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ร่วมกับศูนย์การแพทย์เฉพาะทางโสต ศอ นาสิก โรงพยาบาลราชวิถีและมูลนิธิหู คอ จมูกชนบท  ร่วมจัดโครงการหน่วยแพทย์โรคหูเคลื่อนที่ ณ ราชอาณาจักรภูฏาน ครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 20-26 มีนาคม 2559 ซึ่งการดำเนินงานได้รับการตอบสนองที่ดีและจะมีการดำเนินโครงการนี้อีกในปีถัดไป
 
4. โครงการผ่าตัดต้อกระจกเคลื่อนที่ สภากาชาดไทย ณ ราชอาณาจักรภูฏาน จำนวน 84 ดวง โดย   ผศ.พญ.พริมา  หิรัญวิวัฒน์กุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฯ ด้านยุทธศาสตร์ โดยจัดโครงการผ่าตัดต้อกระจกเคลื่อนที่สภากาชาดไทย ระหว่างวันที่ 23-28 พฤษภาคม 2559  ณ ราชอาณาจักรภูฏาน ซึ่งสภากาชาดไทยได้เล็งเห็นความสำคัญในการดูแลผู้สูงอายุที่มีปัญหาโรคตา ไม่เพียงเฉพาะผู้สูงอายุที่อยู่ในประเทศไทยและการช่วยเหลือผู้สูงอายุโรคตาในพื้นที่ต่างประเทศด้วย คณะทำงานจึงได้จัดชุดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่แก่ประชาชนในประเทศภูฏานที่โรงพยาบาล Palo รวมถึงการให้คำปรึกษาและผ่าตัดโรคตาที่ซับซ้อนที่  JDWNRT โดยให้บริการตรวจรักษาโรคตาจำนวน 1,602 ราย โดยเป็นผ่าตัดต้อกระจก 96 ราย ต้อเนื้อ 76 ราย และผ่าตัดอื่นๆ 27 ราย
 
2.โครงการรักษาและคัดกรองโรคมะเร็ง
                5.โครงการรักษาผู้ป่วยมะเร็งเต้านม จำนวน 84 ราย สภากาชาดไทย และศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถโครงการรักษาผู้ป่วยมะเร็งเต้านม โดยให้บริการตรวจเต้านมด้วยเครื่องแมมโมแกรมแก่สตรีที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป ไม่เคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านม และไม่เคยตรวจแมมโมแกรมมาก่อนในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ในวันที่ 12 สิงหาคม 2559 โดยโครงการจัดขึ้นที่ตึกว่องวานิชชั้น 1 และ ชั้น 2  ซึ่งเป็นการร่วมดำเนินงานของศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ, ฝ่ายรังสีวินิจฉัย และ ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
 
6. โครงการตรวจเฝ้าระวังมะเร็งหลอดอาหารในผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและลำคอด้วยเทคโนโลยีพิเศษ จำนวน 125 ราย โดย อ.พญ.สติมัย  อนิวรรณน์ ฝ่ายอายุรศาสตร์ จัดทำโครงการฯดังกล่าว โดยการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบนด้วยเทคโนโลยีพิเศษ   ที่มีกำลังขยายสูงถึง 1,000 เท่า (การส่องกล้องคอนโฟคอล) ซึ่งสามารถมองเห็นเซลล์ผิดปกติได้ในขณะที่ทำการส่องกล้อง จำนวน 1 ครั้ง หากผลการส่องกล้องไม่พบความผิดปกติ ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับคำแนะนำสำหรับการตรวจต่อเนื่องเป็นระยะต่อไป แต่ถ้าพบรอยโรคผิดปกติ ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ และนัดติดตามเพื่อแจ้งผลการตรวจชิ้นเนื้อและแนะนำการรักษาต่อไป
 
7. โครงการคัดกรองมะเร็งลำไส้ช่วยชีวิต จำนวน 284 ราย  โดย อ.พญ.สติมัย อนิวรรณน์ ฝ่ายอายุรศาสตร์ โดยผู้ที่มีความเสี่ยงสูงจะแนะนำให้ตรวจคัดกรองโดยวิธีการส่องกล้องสำไส้ ผู้ที่มีความเสี่ยงทั่วไปจะแนะนำให้ตรวจคัดกรองเบื้องต้นด้วยการตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระ หากตรวจพบมีเลือดออกมาในอุจจาระ จะแนะนำให้ตรวจวินิจฉัยต่อด้วยการส่องกล้องลำไส้ โครงการดังกล่าวได้จัดให้บริการกับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งลำไส้ อายุตั้งแต่ 50-75 ปี 
 
3.โครงการสุขภาพผู้สูงวัย
8. โครงการรักษาผู้ป่วยสมองขาดเลือดระยะเฉียบพลันโดยการใส่สายสวนผ่านหลอดเลือดเพื่อไปนำลิ่มเลือดที่อุดตันออกมาจำนวน 10 ราย โดย อ.พญ.อรอุมา  ชุติเนตร  ฝ่ายอายุรศาสตร์  แจ้งว่าโรคหลอดเลือดสมองเป็นโรคที่พบได้บ่อย การรักษาที่ถือว่าเป็นมาตรฐานคือ การให้ยาละลายลิ่มเลือดทางหลอดเลือดดำ พบว่าผู้ที่ได้รับยาละลายลิ่มเลือดมีผลการรักษาที่ดีกว่าผู้ที่ไม่ได้รับยา คือ มีความพิการเหลืออยู่เล็กน้อยหรือหายเป็นปกติที่ระยะเวลา 3 เดือน มากกว่าถึงร้อยละ 30 ผู้ป่วยโรคสมองขาดเลือดจำนวนมากที่ไม่สามารถได้รับการรักษาโดยการให้ยาละลายลิ่มเลือดได้ และตรวจพบว่ายังมีหลอดเลือดอุดตันอยู่ จำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยการใส่สายสวนผ่านหลอดเลือดเพื่อไปนำลิ่มเลือดออกมา
 
9. โครงการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมองแก่ประชาชน จำนวน 4 ครั้งต่อปี  โดย นางสุภาพันรัตน์  คำหอม ผู้แทนโครงการจากฝ่ายการพยาบาล เพื่อแนะนำวิธีป้องกันโรคเบื้องต้น การประชาสัมพันธ์เพื่อการเข้าถึงการดูแลรักษาระบบทางด่วนที่ถูกต้องอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดอาการ หรืออาการเตือนของโรคหลอดเลือดสมอง รวมทั้งการให้คำปรึกษาเพื่อปรับพฤติกรรมและปัจจัยเสี่ยง การรับให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ ซึ่งจะมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อประชาชนทั่วไปและจะสามารถลดอุบัติการณ์การเกิดโรคหลอดเลือดสมองที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีได้
 
10. โครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสทรงเจริญ พระชนมพรรษาครบรอบ 84 พรรษา ในปี พ.ศ. 2559 จำนวน 10 ราย โดย ศ.นพ.รุ่งโรจน์  พิทยศิริ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพาร์กินสันและกลุ่มโรคความเคลื่อนไหวผิดปกติ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์  สภากาชาดไทย เป็นศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านโรคพาร์กินสันและ กลุ่มโรคความเคลื่อนไหวผิดปกติที่ได้รับการก่อตั้งขึ้นเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่ให้การดูแลรักษาผู้ป่วยแบบองค์รวม ด้วยวิทยาการที่ทันสมัยอย่างต่อเนื่องและครบวงจรโดยทีมสหสาขาวิชาชีพ จึงได้จัดโครงการรักษาผู้ป่วยโรคพาร์กินสันที่มีอาการรุนแรงและมีปัญหาการตอบสนองต่อยาที่ไม่สม่ำเสมอด้วยการผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นสมองส่วนลึก และ การใช้ยาฉีดทางชั้นใต้ผิวหนัง
 
4.โครงการรักษาโรคเรื้อรังและการปลูกถ่ายอวัยวะ
11.โครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินีนาถ โดยให้บริการผ่าตัดปลูกถ่ายไตผู้ป่วยจำนวน 84 ราย โดย ศ.นพ.ยิ่งยศ  อวิหิงสานนท์ ฝ่ายอายุรศาสตร์ โดยศูนย์ความเป็นเลิศด้านการปลูกถ่ายอวัยวะ  หน่วยโรคไต ฝ่ายอายุรศาสตร์ และศัลยกรรมสาย G1 ,G 3 ร่วมจัดโครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยให้บริการผ่าตัดปลูกถ่ายไตแก่ผู้ป่วย
 
12. โครงการจัดตั้ง“ศูนย์บริบาลทางระบบหายใจที่บ้านแบบครบวงจรสำหรับผู้ป่วยเด็ก”จำนวน 12 ราย  โดย รศ.พญ.จิตลัดดา ดีโรจนวงษ์  ฝ่ายกุมารเวศาสตร์ ได้ให้บริการผู้ป่วยเด็กโรคระบบหายใจแบบซับซ้อนที่จำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอย่างต่อเนื่องที่บ้าน สามารถได้รับการดูแลอย่างถูกต้องเหมาะสมแบบครบวงจรที่บ้านโดยบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง
 
13. โครงการ “รู้ทันตับแข็ง จากโรคไวรัสตับอักเสบซี และไขมันตับ จำนวน  450 ราย  โดย ผศ.นพ.ดร.ปิยะวัฒน์  โกมลมิศร์  หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศฯ ทางด้านโรคตับ ซึ่งศูนย์ความเป็นเลิศฯด้านโรคตับ หน่วยทางเดินอาหาร ฝ่ายอายุรศาสตร์ และฝ่ายรังสีวิทยาได้ร่วมกันจัดทำโครงการ “84 พัสส พระผู้ให้” โดยการตรวจภาวะผังผืดในตับในผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยเป็นโรคไวรัสตับอักเสบซี หรือ ไขมันพอกตับ ด้วยเครื่องตรวจ 3 วิธี คือ 1.เครื่องไฟโบรแสกน 2. เครื่องอัลตราซาวนด์แบบพิเศษ 3.เครื่องตรวจผังผืดในตับด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ซึ่งแต่ละวิธีนั้นจะใช้เวลาในการตรวจวัดเพียง 5-10 นาที โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้รับการตรวจ   
 
14. โครงการ“ท้องผูกหายได้:การวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยท้องผูกเรื้อรัง 84 พัสส พระผู้ให้”จำนวน 84 ราย โดย ศ.ดร.นพ.สุเทพ  กลชาญวิทย์  รองผู้อำนวยการฯ ฝ่ายการแพทย์และวิจัย และประธานโครงการฯ เปิดให้บริการผู้ป่วยด้วยการตรวจวินิจฉัยการทำงานของทวารหนักและลำไส้ใหญ่
 
            ศาสตราจารย์นายแพทย์สุทธิพงศ์  วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า...กิจกรรมพิเศษ เฉลิมพระเกียรติฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลครั้งนี้ เป็นกิจกรรมพิเศษที่สำคัญ ซึ่งเปิดให้บริการแก่ผู้ป่วยยากไร้ ที่ไม่สามารถเข้าถึงการรักษาที่มีความซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายสูงได้ เพื่อเป็นการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตผู้ป่วยให้ดีขึ้นสามารถดำรงชีวิตอยู่กับครอบครัวได้อย่างมีความสุข ผู้ป่วยที่มีความประสงค์จะขอรับการรักษาในโครงการต่างๆ ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ที่แต่ละโครงการกำหนด สอบถามรายละเอียดเบื้องต้นที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์โทรศัพท์ : (02) 256 4000  ในวันและเวลาราชการ


โพสเมื่อ:

ผู้เข้าชม: 618