Articles
Categories :
กรมสุขภาพจิต แนะสังเกตพฤติกรรมลูก ลดความเสี่ยงทำร้ายตนเอง
จากข้อมูลสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ปี 2557 กลุ่มเด็กอายุ 10-14 ปี มีอัตราการฆ่าตัวตาย อยู่ที่ 0.63 ต่อแสนประชากร ขณะที่กลุ่มอายุ 15-19 ปี มีอัตราการฆ่าตัวตาย อยู่ที่ 2.83 ต่อแสนประชากร

            นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ปัญหาสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นไทยเป็นปัญหาสำคัญที่สังคมไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะปัญหาซึมเศร้า ทำร้ายตนเอง พ่อแม่ผู้ปกครองจึงต้องให้ความสนใจและสังเกตพฤติกรรมของบุตรหลานว่า มีความผิดปกติหรือไม่ เพื่อจะได้ป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทัน ก่อนที่จะเกิดปัญหาความสูญเสียต่างๆ ตามมา
สำหรับปัจจัยที่นำไปสู่การทำร้ายตนเองของเด็กและวัยรุ่นนั้น มีหลายปัจจัย ทั้งการถูกเพื่อนล้อ ถูกรังแก เพื่อนไม่คบ ขาดความมั่นใจในตนเอง รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า สมาธิสั้น  มีความสามารถในการแก้ไขปัญหาต่ำ รวมไปถึง ความกดดันในครอบครัว ถูกพ่อแม่ดุด่า หรือถูกทำโทษอยู่เสมอ ซึ่งนำไปสู่ความเครียด ภาวะซึมเศร้า จนทำร้ายตัวเองได้ในที่สุด คนในครอบครัวต้องช่วยกันดูแล โดยเริ่มจากการสื่อสารพูดจากันในทางบวก ไม่ทำให้เด็กรู้สึกว่าตนเองไร้คุณค่า ควรพูดคุยกันด้วยเหตุผล อธิบายถึงผลดี ผลเสีย และรับฟังเด็กให้มากขึ้น อีกทั้งต้องอธิบายและค่อยๆ เปลี่ยนแปลงความคิด คอยเข้าไปถามไถ่ รับฟัง ให้กำลังใจ เพื่อช่วยกันแก้ปัญหา
 
            ด้าน พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า เด็กบางคนอาจมีปัญหาในเรื่องการปรับตัว การเปลี่ยนสภาพแวดล้อม แสดงอาการออกมาได้หลายอย่าง เช่น ซึมเศร้า ดื้อ ใช้อารมณ์ ใช้ความรุนแรง ซึ่ง พ่อแม่ และ ครู จะสามารถช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ได้ ด้วยการสังเกตความผิดปกติของเด็กที่เกิดขึ้น จากสัญญาณเหล่านี้ ในเด็กเล็ก เช่น ผลการเรียนตกลงอย่างชัดเจน ถึงจะพยายามอย่างมากก็ไม่ดีขึ้น มีความวิตกกังวลอย่างมาก อาจสังเกตได้จาก การไม่ยอมไปโรงเรียนบ่อย ๆ หรือไม่ยอมเข้าเรียน ไม่เข้าร่วมกิจกรรมกับเพื่อน  ดื้อ ไม่เชื่อฟัง ก้าวร้าว ต่อต้านผู้ใหญ่เป็นประจำ หรือร้องไห้ อาละวาดบ่อย ๆ โดยหาสาเหตุไม่ได้ เป็นต้น ในเด็กโตและวัยรุ่นสังเกตได้จากการที่เด็กมีผลการเรียนเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด มีการใช้สารเสพติด หรือดื่มสุรา การกินการนอนเปลี่ยนไปจากเดิม เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ  ก้าวร้าว ต่อต้านผู้ใหญ่ หนีโรงเรียน มองโลกในแง่ลบ คิดเรื่องตายบ่อย ๆ หรือมีอารมณ์โมโหรุนแรงจนไม่สามารถควบคุมตนเองได้ เป็นต้น ซึ่งหากพบว่าเด็กมีอาการผิดปกติ ไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมของเด็กได้ ต้องรีบพามาพบแพทย์เพื่อตรวจวิเคราะห์ และทำการรักษาตามอาการต่อไป เพื่อช่วยให้เด็กสามารถปรับตัวอยู่ในครอบครัว โรงเรียน และสังคม ต่อไปได้


 
             สำหรับกรณีที่เด็กๆ ต้องพบเห็นการเสียชีวิตของเพื่อนต่อหน้า ย่อมทำให้เด็กจดจำภาพเหล่านั้น ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจที่รุนแรงได้ จึงจำเป็นต้องมีการดูแลและเฝ้าระวัง โดยควรสังเกตพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน อารมณ์ และสภาพจิตใจของเด็กว่าผิดปกติไปจากเดิมหรือไม่ ซึ่งหากมีอาการต้องรีบเข้าไปดูแล และขอรับคำปรึกษาจากแพทย์ ทั้งนี้ ในเบื้องต้น สามารถทำจิตบําบัดแบบกลุ่ม โดยให้เด็กๆได้ระบายความรู้สึกออกมาได้ โดยอาจให้ทำกิจกรรมศิลปะ วาดรูป เป็นต้น
 
สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือหน่วยบริการสาธารณสุขใกล้บ้านทุกแห่งทั่วประเทศ


โพสเมื่อ:

ผู้เข้าชม: 607