Articles
Categories :
“ปวยเล้ง” ประโยชน์มากมาย แต่มีโทษแฝงไว้
เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ชอบทานผักผลไม้เป็นประจำอยู่จำนวนมาก แต่ก็มีคนที่ไม่ชอบทานผักผลไม้เลยแม้แต่นิดเดียว

     ปัจจุบันมีคนดูแลสุขภาพด้วยการทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสกัดเม็ดประเภทผักและผลไม้กันมากขึ้น ผักและผลไม้ที่มีอยู่ตามธรรมชาตินั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดต่อร่างกาย ทุกคนควรรู้ว่าประโยชน์จากผักผลไม้ตามธรรมชาติมีคุณค่าอาหารต่อร่างกายมากแค่ไหน
     “ปวยเล้ง” ผักที่ให้ประโยชน์สารอาหารมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม เหล็ก วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินซี นอกจากนี้ยังมีลูทีนที่ทำหน้าที่กรองแสงสีฟ้าจากแหล่งกำเนิดแสงที่เป็นอันตรายต่อดวงตา เช่น แสงจากดวงอาทิตย์ จอคอมพิวเตอร์ หรือแสงจากหลอดไฟ ลูทีนในปวยเล้งยังทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ สามารถป้องกันการถูกทำลายของเซลล์รับภาพหรือจอประสาทตาได้ ปวยเล้งยังมีสารแคโรทีนอยด์ที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้อีกด้วย
     ประโยชน์ของปวยเล้งยังเป็นผักที่มีธาตุเหล็กและโฟเลตสูงมาก โดยธาตุเหล็กถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของเม็ดเลือดแดง ที่มีผลต่อการขนส่งและลำเลียงออกซิเจนไปสู่เซลล์ต่างๆ ในร่างกาย ส่วนโฟเลตจะทำหน้าที่ช่วยในกระบวนการสังเคราะห์ดีเอ็นเอ การแบ่งเซลล์และการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกาย 
     
     “ปวยเล้ง” เป็นผักที่ผู้ป่วยโรคเก้าต์อาจจะต้องหลีกเลี่ยงรับประทานในปริมาณมาก เนื่องจากปวยเล้งมีกรดยูริกค่อนข้างสูง จึงอาจส่งผลต่ออาการปวดตามข้อได้ หากรับประทานอย่างต่อเนื่อง เพราะโรคเก้าต์เป็นโรคข้อ ซึ่งเกิดจากภาวะกรดยูริกในเลือดสูงเป็นระยะเวลานานจนตกตะกอน ทำให้เกิดโรคข้ออักเสบ
     แม้ว่าปวยเล้งจะเป็นผักที่มากคุณประโยชน์ด้วยสารอาหารที่ให้ผลดีต่อร่างกาย แต่ข้อเสียของผักชนิดนี้ก็มีอยู่เหมือนกัน    แน่นอนว่าปวยเล้งมีธาตุเหล็กและแคลเซียมในปริมาณสูง แต่ก็พบว่ามีปริมาณกรดออกซาลิกสูงเช่นกัน กรดออกซาลิกในปวยเล้งจะเป็นตัวขัดขวางการดูดซึมของธาตุเหล็กและโฟเลต ทำให้ร่างกายได้รับสารทั้งสองอย่างไม่เต็มที่ และอาจทำให้เกิดภาวะขาดแคลเซียมหรือสังกะสีได้ 
     ออกซาลิกยังทำให้เป็นโรคนิ่ว เนื่องจากกรดออกซาลิกจะทำปฏิกิริยากับแคลเซียมทำให้เกิดการตกตะกอนภายในร่างกาย ดังนั้นสิ่งที่ควรทำเพื่อไม่ให้เกิดผลเสียต่อร่างกายก็คือ การรับประทานปวยเล้งร่วมกับผักผลไม้อื่นๆ ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ฝรั่ง มะเขือเทศ เพื่อให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กจากปวยเล้งได้ดีขึ้น หรือใช้วิธีการลวกปวยเล้งในน้ำเดือดก่อนนำมาปรุงอาหาร เพราะความร้อนจะช่วยทำลายกรดออกซาลิกได้ถึง 80% ฉะนั้นวิธีง่ายๆ แค่นี้เราก็จะรับประทานปวยเล้งได้โดยไม่ต้องกังวลอีกต่อไปแล้ว
     ถ้าทุกคนเลือกรับประทานผักและผลไม้ได้ก็ควรเลือกทานจากธรรมชาติ ในผักผลไม้นั้นมีกากใยและเส้นใยของอาหาร ซึ่งทำให้ระบบขับถ่ายของเราดีขึ้น อีกทั้งยังมีส่วนช่วยในเรื่องของผิวพรรณ ระบบต่างๆ ของร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้นด้วย เช่น ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ลดระดับคอเลสเตอรอล ช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ รวมถึงควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ควบคู่กับการออกกำลังกายไปด้วยจึงจะมีสุขภาพที่ดี



ขอบคุณข้อมูลจาก สุขภาพน่ารู้
 


โพสเมื่อ: 2017-11-23

ผู้เข้าชม: 20