Articles
Categories :
แก้ร่องลึกด้วย “ไฮยาลูรอน”
คนส่วนใหญ่มักใจร้อนอยากสวยเร็ว สวยแบบทันใจ ชนิดที่เรียกได้ว่า ทำปุ๊บต้องเห็นผลปั๊บ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว เราสะสมสารพิษให้กับผิวหนังมานานพอควรแล้ว

             ไม่ว่าปัจจัยของแสงแดด การพักผ่อน การเลือกรับประทานอาหาร พอถึงกาลเวลาที่แสดงออกทางผิวหน้า ทั้งริ้วรอย ความเหี่ยวย่น ก็กลับทำใจลำบาก จึงง่ายต่อการตกเป็นเครื่องมือให้กับวิวัฒนาการทางความงาม
             พญ.สุรางคนา ดวงสุวรรณ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์ รพ.วิภาราม (พัฒนาการ) แพทย์ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ แห่งลินาวาคลีนิค ถึงสารยอดฮิตตัวหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ในด้านความงาม นั่นก็คือ “ไฮยาลูรอน”
 
            ไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid) เป็นสารโปรตีนที่ร่างกายผลิตขึ้นตามธรรมชาติ ซึ่งอยู่บริเวณชั้นผิวหนังแท้ (demis) กระจายทั่วไปทุกเนื้อเยื่อ แต่สำหรับผิวหน้านั้นไฮยาลูรอนจะทำงานร่วมกับคอลลาเจน ในการอุ้มน้ำ ดูดซับน้ำ ยึดจับโปรตีนคอลลาเจน เพื่อให้ผิวเต่งตึง ดูชุ่มชื้นและเรียบเนียน เป็นเหตุผลให้ผิวดูอ่อนวัย จึงได้มีการสังเคราะห์กรดไฮยาลูรอนเพื่อเติมเต็มให้กับผิวในขณะที่วัยเพิ่มมากขึ้น เพราะกรดตัวนี้จะผลิตได้น้อยลงนั่นเอง
 
             “ปัจจุบันที่มีการฉีดเติมร่องแก้ม เติมคาง มักจะใช้สารเติมเต็มหรือที่เรียกว่า “ฟิลเลอร์” ซึ่งประกอบด้วยไฮยาลูรอน วิธีการฉีดนี้จะมีทั้งแบบชั่วคราว คืออยู่ได้ประมาณ 4 - 6 เดือน มีความปลอดภัยสูง ซึ่งสารเหล่านี้จะสลายไปโดยธรรมชาติ แบบต่อมาคือกึ่งถาวรซึ่งจะมีสารอื่นประกอบด้วย เพื่อชะลอเวลาให้นานถึง 2 ปี และแบบถาวร ที่อยู่ในรูปแบบซิลิโคน ซึ่งสองแบบหลังนี้หมอไม่แนะนำ”
 
              วิธีการฉีดนี้ดูจะเป็นที่นิยม เพราะเห็นผลจริงแถมยังให้ผลไว ขณะที่คนอีกกลุ่มไม่กล้าเสี่ยงต่อเข็มฉีดยา ก็มักเลือกการกินยาที่มีส่วนผสมของไฮยาลูรอน ซึ่งให้ผลในลักษณะเดียวกัน คือ ร่องลึกดูจางลง แต่อาจไม่เห็นผลทันตา เพราะขึ้นอยู่กับการดูดซึมของร่างกายแต่ละคนด้วย และอีกหนึ่งทางเลือกของผู้รักสวยรักงาม คือการใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ที่พบเห็นได้มากในผลิตภัณฑ์กลุ่มลดริ้วรอย เพราะด้วยความสามารถในการช่วยซ่อมแซมผิวที่ถูกทำลาย เร่งขบวนการหายของแผล
 
              “การที่สารจะซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ ขนาดโมเลกุลต้องเล็กกว่า 5,000 ดัลตัน แต่ไฮยาลูรอนมีขนาดโมเลกุลที่ใหญ่ สิ่งที่ทำให้เห็นผลว่าผิวหน้าเต่งตึงนั้น อาจเป็นเพราะครีมตัวนั้นมีสารเคลือบผิว ดังนั้นก่อนใช้มักจะแนะนำผู้บริโภคล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น ขัดถูขี้ไคลออก เพื่อเป็นการเปิดผิว เปิดรูขุมขน และให้ทาครีมหลังจากการล้างหน้าทันทีขณะที่ผิวหน้ายังชุ่มชื้น ซึ่งจะช่วยให้ตัวครีมที่มีส่วนประกอบของไฮยาลูรอนซึมลึกเข้าผิวได้บ้าง แต่ต้องบอกว่าไม่ 100%”
 


              พญ.สุรางคนา อธิบายเสริมว่า ในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีสารไฮยาลูรอนนั้นจะสังเกตเห็นว่า ในฉลากจะระบุปริมาณ แต่ไม่บ่งบอกถึงขนาดโมเลกุล และบอกเพียงคุณสมบัติของสารแต่ละตัวเท่านั้น เพราะหากระบุด้วยความชัดเจนว่าผลิตภัณฑ์นี้ มีสารไฮยาลูรอนขนาดเล็กสามารถซึมลึกเข้าสู่ชั้นเซลล์ผิวได้ ต้องมีการตรวจพิสูจน์จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และหากไม่เป็นจริงตามที่กล่าวอ้างก็จะเข้าข่ายโฆษณาเกินจริง
               พญ.สุรางคนา ยังกล่าวเตือนในตอนท้ายว่า บางคนอาจเกิดการแพ้จากการฉีดได้บ้าง อาการแพ้จะมีลักษณะทั่วๆไป คือจะเห็นเป็นผื่นแดง ซึ่งอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนทำให้เป็นตุ่มเป็นหนองได้ และหากการฉีดที่ไม่ได้ผ่านมือแพทย์ผิวหนังอาจทำให้สารไหลเข้าสู่เส้นเลือดแดง เกิดการอุดตัน ส่งผลให้เนื้อเยื่อตาย อย่างที่พบบ่อย เช่น จมูกเน่า หรือฉีดหน้าผากจนส่งผลทำให้ตาบอด ดังนั้นจึงต้องใช้อย่างระมัดระวัง และควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางจึงจะดีที่สุด


Tag Keyword : ไฮยาลูรอน

โพสเมื่อ: 2016-09-14

ผู้เข้าชม: 826