Articles
Categories :
ภัยจากสารพิษ...กับชีวิตที่เลือก (เอง) ไม่ได้ !!!
ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขพบ คนไทยเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งกว่า 60,000 คน/ปี องค์การอนามัยโลกคาดการณ์ว่าอีก 21 ปีข้างหน้า จะมีผู้ป่วยมะเร็งเพิ่มขึ้นปีละ 24 ล้านคน


          สาเหตุของการเกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ รวมถึงโรคมะเร็งนั้นส่วนใหญ่จะทราบกันดีว่ามาจากอาหารการกิน  “กินอย่างไร... ก็จะได้สุขภาพอย่างนั้น” แต่การสวนกระแสของรัฐบาล คสช. ที่อนุญาตให้หน่วยงานที่รับผิดชอบต่ออายุนำเข้ายาฆ่าหญ้า (พาราควอท, ไกลโฟเซต) เข้ามาในประเทศไทย ซึ่งสารสองตัวนี้มีอันตรายร้ายแรง ตกค้างยาวนาน ไม่ระเหยไปกับอากาศ สะสมอยู่ในน้ำและดิน ซึ่งปัจจุบัน 40 กว่าประเทศทั่วโลกได้ประกาศเลิกใช้และห้ามนำเข้า เพราะประเทศเหล่านั้นตระหนักดีว่าสารพิษจากยาฆ่าหญ้าทำร้ายประชาชนคนในประเทศของเขา

          การใช้สาร พาราควอตและไกลโฟเสต ในประเทศไทยค่อนข้างแพร่หลาย และส่งผลกระทบต่อแหล่งเพาะปลูกรวมถึงผลิตผลภาคการเกษตร ที่ส่งต่อเป็นอาหารเลี้ยงคนในประเทศ โดยจะมีสารพิษของยาฆ่าหญ้าเหล่านี้ตกค้างปนเปื้อน ไปยังโต๊ะอาหารและไปสู่ลูกหลานของเราโดยไม่ตั้งใจ ถ้าได้ติดตามข่าวสารจะทราบว่าเคยมีข่าวครึกโครมทั้งทีวีและหนังสือพิมพ์ เกี่ยวกับการตรวจพบผลิตภัณฑ์น้ำดื่มที่มีสารเคมีจากยาฆ่าตกค้างปนเปื้อนอยู่ที่จังหวัดลำปาง เพราะแหล่งน้ำดิบที่นำมาใช้ปนเปื้อนไปด้วยสารพิษจากยาฆ่าหญ้า

       
  "การที่ได้รับสารพิษเหล่านี้ติดต่อกันไปนานๆ จะก่อให้เกิดโรคพิการทางสมองหรือปัญญาอ่อน เด็กๆ มีพัฒนาการช้าลง ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง สะเก็ดเงิน สะเก็ดทอง อัมพฤกษ์ อัมพาต โรคไตเรื้อรัง ฯลฯ"
           

                              


            การที่รัฐบาลอนุญาตให้มีการนำเข้าสารเคมียาฆ่าหญ้าสองชนิดนี้ นอกจากทำให้ประเทศไทยเสียเงินตราออกนอกประเทศเป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทแล้ว ประชาชนคนไทยยังได้รับความเสี่ยงต่อการเกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆได้อีก จากการรับประทานผักผลไม้ที่มีการปนเปื้อนของสารพิษจากยาฆ่าหญ้า สะสมอยู่ตามดิน เทือกเขา แหล่งน้ำ ลำธารต่างๆ ที่เป็นแหล่งเพาะปลูกพืชผักผลไม้ เนื่องเกษตรกรส่วนใหญ่นำไปใช้ยังป่าต้นน้ำ เช่น ที่ อ.แม่สอด และอ.พบพระ จ.ตาก, เชียงใหม่, เชียงราย, แพร่, น่าน และ จ.เพชรบูรณ์ โดยเฉพาะที่ อ. หล่มสัก และอ. หล่มเก่า

            พิษจากยาฆ่าหญ้าของพาราควอตและไกลโฟเสต เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้ว ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ จะไม่สามารถล้างท้องได้ จะทำลายอวัยวะภายในตับไตไส้พุงแบบกู่ไม่กลับ ไม่มีทางรักษาและปฐมพยาบาลได้ เมื่อตกสู่ดินก็ทำให้ดินเสื่อมทราม ตกสู่น้ำก็เสื่อมโทรมทำให้ กุ้ง หอย ปู ปลา สัตว์น้ำต่างๆ กลายพันธุ์ สูญพันธุ์ ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมให้เสียหาย จุลินทรีย์และสิ่งมีชีวิตต่างๆ ในธรรมชาติล้มตาย.... 

            ปัจจุบันภาระด้านงบประมาณการดูแลรักษาผู้ป่วยประชาชนคนไทยเรียกได้ว่าไม่เพียงพออยู่แล้ว แต่รัฐบาลก็ยังปล่อยให้สารพิษเหล่านี้กลับเข้ามาในบ้านเรา ส่งผลเสียกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและลูกหลานเราได้อีก
            
            ความจริงแล้ว เรามีทางเลือกมากมาย ที่สามารถจะหลีกเลี่ยงไม่ใช้สารพิษ ไม่ใช้สิ่งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้....แต่รัฐบาลกลับบังคับให้เราต้องเลือกเผชิญกับความเสี่ยงจากสารพิษของ ”ไกลโฟเซท” และ “พาราควอท” ที่หลายประเทศไม่ต้องการ หรือนี่คือชะตากรรมที่คนไทยต้องเจอ “ไม่มีสิทธิ์เลือก (เอง)”  แม้แต่การทำให้ลูกหลานและตัวเราเองปลอดภัย
 


สนับสนุนบทความโดยนายมนตรี บุญจรัส
กรรมการผู้จัดการบริษัท ไทยกรีน อะโกร จำกัด (ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ)


Tag Keyword : โรคมะเร็ง, สารก่อมะเร็ง, สารพิษ, ยาฆ่าแมลง, ยาฆ่าหญ้า, พาราควอต, ไกลโฟเสต

โพสเมื่อ: 2018-02-25

ผู้เข้าชม: 1015