Articles
Categories :
ผอมเกินไป..ต้องถ่ายพยาธิ จริงหรือ?
สำหรับใครก็ตามที่มีรูปร่างผอมบางชนิดที่กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน เชื่อว่าต้องเคยได้ยินคนทัก “ให้ไปถ่ายพยาธิ”

       ขณะเดียวกันคนที่มีรูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ คนมักจะบอกว่าไม่ต้องถ่ายพยาธิ เพราะในร่างกายน่าจะไม่มีพยาธิอยู่เลย เรื่องราวเหล่านี้จะจริงเท็จแค่ไหน ไปหาคำตอบกันกับ ผศ.นพ.ดร วัฒนกุลพานิชย์ แพทย์ผู้เชี่ยวประจำโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน
                   
Q   :  คนผอมที่กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน สาเหตุมาจากการมีพยาธิในร่างกายจริงหรือไม่?
A   :  เรื่องนี้อาจจะจริงแค่บางส่วน เพราะการติดโรคพยาธิ สามารถติดได้ทุกเพศทุกวัย แต่ถ้าบังเอิญมีพยาธิอยู่ในร่างกาย ก็อาจจะแย่งกินสารอาหารแข่งกับเราก็อาจทำให้ผอมกว่าปกติได้ บริเวณที่เราพบพยาธิในร่างกายได้มากที่สุดคือลำไส้เล็ก เพราะอาหารที่เราทานเข้าไปส่วนใหญ่จะดูดซึมที่ลำไส้เล็ก พยาธิจะไปแย่งสารอาหารจากเรา ทำให้เกิดอาการปวดท้อง ท้องเสีย เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ส่วนคนที่มีอาการซีด เกิดจากพยาธิกินเลือดของเรา นอกจากนั้น คนที่ผอมมากๆ อาจต้องคิดถึงปัจจัยอื่นด้วย เช่น การทำงานของต่อมไทรอยด์ผิดปกติทำให้มีการเผาผลาญสูง  หรืออาจเป็นเรื่องกรรมพันธุ์  คือพ่อแม่เป็นคนผอมอยู่แล้ว เป็นต้น
       สำหรับคนอ้วนก็มีความเสี่ยงที่จะติดโรคพยาธิได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับสุขลักษณะนิสัยของเขาว่าเป็นอย่างไร มีการล้างมือก่อนหยิบจับอาหารรับประทานหรือไม่ ชอบทานของสุกๆ ดิบๆ หรือไม่ กินอาหารสุกสะอาดดีพอไหม ผักสดที่รับประทานล้างสะอาดดีหรือเปล่า และอาหารที่เตรียมอย่างดีนั้นถูกเก็บในภาชนะที่ปิดมิดชิดหรือไม่ เพราะถ้าเก็บไม่ดีอาจมีพวกแมลงวัน แมลงสาบ มาไต่ตอม ซึ่งแมลงเหล่านี้ล้วนเป็นพาหะที่นำเอาเชื้อพยาธิมาสู่อาหารที่เราเตรียมไว้
Q  :  คนที่ชอบรับประทานปลาดิบ มีสิทธิ์เป็นโรคพยาธิหรือไม่?
A  :   ปัจจุบันมีร้านซูชิบาร์เปิดใหม่ขึ้นมามากมาย จนทำให้ไม่แน่ใจว่าเป็นเนื้อปลาทะเลจริงๆ หรือไม่ เพราะถ้านำปลาน้ำจืดมาใช้แทนก็อันตราย เพราะอาจมีเชื้อแบคทีเรียปนเปื้อนอยู่ และมีโอกาสเป็นพยาธิตัวจี๊ดได้ ส่วนปลาทะเลก็สามารถพบพยาธิได้เหมือนกัน อย่างคนญี่ปุ่นที่เป็นพยาธิที่เรียกว่า พยาธิอะนิซาคิส ซึ่งทำให้เกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรง หมอบางคนก็อาจจะหลงทางไปรักษาโรคกระเพาะอาหาร เราจึงต้องซักถามรายละเอียดอย่างแน่ชัดว่ากินอะไรมา มาจากแหล่งไหน เป็นต้น
Q   :   แล้วเราจะสามารถสังเกตอาการของคนที่มีพยาธิในร่างกายได้อย่างไรบ้าง?
A   :   พยาธิมีอยู่หลายชนิด อาการแสดงก็จะขึ้นอยู่กับว่าพยาธิไปอยู่ที่บริเวณอวัยวะส่วนไหนของร่างกาย ก็จะแสดงอาการเด่นชัดที่บริเวณนั้น นอกจากนี้จำนวนพยาธิก็มีความสำคัญ ถ้ามีจำนวนน้อยก็จะไม่แสดงอาการ แต่ถ้ามีจำนวนมากๆก็จะแสดงอาการให้เห็น โดยผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้อง ท้องเสีย อ่อนเพลียไม่มีแรง แต่พยาธิบางชนิดอาจจะทำให้ท้องเสียแบบเฉียบพลันได้ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด และมีอาการซีดให้เห็นได้ ดังนั้นผู้ที่สงสัยว่าตัวเองจะมีติดโรคพยาธิต้องเก็บอุจจาระส่งตรวจที่โรงพยาบาล ซึ่งห้องปฏิบัติการที่โรงพยาบาลสามารถบริการตรงนี้ได้อยู่แล้ว
Q   :  ถ้าสงสัยว่าตัวเองมีพยาธิ สามารถซื้อยาถ่ายพยาธิมากินเองได้หรือไม่?
A   :   แม้เราจะสามารถซื้อหายาถ่ายพยาธิมากินได้เองตามร้านขายยา แต่ไม่แนะนำ เพราะพยาธิแต่ละชนิดรักษาไม่เหมือนกัน เช่น พยาธิไส้เดือนจะอาศัยอยู่ที่ลำไส้เล็ก ถ้ากินยาไม่ตรงกับชนิดหรือไม่ได้ขนาด พยาธิไม่ตาย มันจะย้ายไปอยู่ที่อวัยวะอื่น ทำให้เกิดอันตรายได้มากกว่า...หลายคนอาจสงสัยว่า แล้วยาถ่ายพยาธิที่โรงเรียนเคยแจกให้กินสมัยเด็กๆ นั้น ทำไมทำได้ ข้อนี้ต้องอธิบายว่ามันเป็นการหว่าน โดยคาดเดาว่าเด็กเล็กๆน่าจะมีพยาธิไส้เดือน พยาธิปากขอ ซึ่งส่วนใหญ่พยาธิตัวกลมจะตาย แต่ถ้าเป็นพยาธิตัวแบนจะต้องใช้ยาที่ต่างออกไป ดังนั้นคนทั่วไปที่ไม่แน่ใจว่าตัวเองมีพยาธิหรือเปล่า ควรได้รับการตรวจอุจจาระปีละ 1 ครั้ง ไม่ควรป้องกันโดยการกินยาถ่ายพยาธิดักไว้ก่อน  
                โดยสรุปก็คือ ไม่ว่าจะอ้วนหรือผอมก็มีความเสี่ยงต่อการติดโรคพยาธิได้เหมือนๆ กัน ขึ้นอยู่กับสุขลักษณะนิสัย และสุขอนามัยของแต่ละบุคคล แต่หากสงสัยว่าตัวเองเป็นพยาธิก็ไม่ควรซื้อยาถ่ายพยาธิมากินเอง ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจอย่างถูกต้อง เพราะยาถ่ายพยาธิเพียงกล่องเดียวไม่สามารถกำจัดพยาธิได้ครอบคลุมทุกชนิดนั่นเอง 

 


โพสเมื่อ: 2017-04-05

ผู้เข้าชม: 670